..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
รู้จักคาร์บาเมต

คาร์บาเมตเป็นยาฆ่าแมลงกลุ่มที่มีไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบ แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่

  1. กลุ่ม N-N-dimethyl carbamates of phenol and hydroxy heterocyclics เช่น Pyrolan, Isolan, Dimetilan, Pirimicarb เป็นต้น
  2. กลุ่ม Phenylcarbamates เช่น Carbaryl, Carbofuran, Bufencarb, Dioxacarb, Landrin เป็นต้น
  3. กลุ่ม Oximecarbamates เช่น Aldicarb, Methomyl, Cartab เป็นต้น

กลไกการออกฤทธิ์ของคาร์บาเมตในสัตว์และพืช

      ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีการเปลี่ยนแปลงคาร์บาเมตโดยทำให้อยู่ในรูปที่มีประจุมากขึ้น ละลายน้ำได้ดีขึ้น และถูกกำจัดออกทางปัสสาวะ ส่วนในพืชมีการเปลี่ยนแปลงให้อยู่ในรูปทำปฏิกิริยากับเปปไทด์(peptide) โปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรต

      คาร์บาเมตมีผลต่อระบบประสาทโดยออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะซิติลโคลีนเอสเทอเรส(Acetylcholinesterase หรือ AChE) ทำให้เกิดการสะสมของอะซิติลโคลีนที่ซินแนปส์ของเส้นประสาท เนื่องจากเอนไซม์ไม่สามารถไปไฮโดรไลส์อะซิติลโคลีนให้เป็นโคลีนและกรดอะซิติกได้ จึงทำให้เกิดการกระตุ้นปลายประสาทเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งถ้ารุนแรงจะทำให้เสียชีวิตได้

อาการพิษของคาร์บาเมต

      - อาการพิษแบบมัสคารินิค (Muscarinic signs and symptoms) พบส่วนใหญ่ที่กล้ามเนื้อเรียบ หัวใจและต่อมมีท่อ อาการที่เกิดขึ้นคือ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน น้ำตาไหล เหงื่อออก ม่านตาหดตัว กลั้นอุจจาระและปัสสาวะไม่อยู่ การเกร็งของหลอดลม หลอดลมมีเมือกและเสมหะมาก เป็นต้น
      - อาการพิษแบบนิโคตินิค (Nicotinic signs and symptoms) เกิดเนื่องจากการสะสมของอะซิติลโคลีนที่ปลายประสาทมอเตอร์และที่ซินแนปส์ของระบบประสาทอัตโนมัติ อาการที่เกิดขึ้นคือ กล้ามเนื้อถูกกระตุ้นมากกว่าปกติ มีการกระตุกของกล้ามเนื้อที่หน้า หนังตา ลิ้น ถ้าอาการรุนแรงขึ้นกล้ามเนื้อจะกระตุกมากขึ้นทั่วร่างกาย ต่อมาจะเกิดการอ่อนเพลียของกล้ามเนื้อทั่วไปและเกิดเป็นอัมพาตของกล้ามเนื้อในที่สุด
      - อาการทางสมองเนื่องจากความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง อาการที่พบได้แก่ มึนศีรษะ ปวดศีรษะ งง และกระสับกระส่าย ตื่นตกใจง่ายและอารมณ์พลุ่งพล่าน ถ้าอาการมากอาจชักและหมดสติได้
ผู้ป่วยที่มีอาการมากอาจตายได้เนื่องจากระบบการหายใจล้มเหลว(Respiratory Failure) ซึ่งอาจเกิดจากหลอดลมตีบตัน กล้ามเนื้อของระบบการหายใจเป็นอัมพาต และศูนย์ควบคุมการหายใจในสมองหยุดทำงาน ในรายที่มีอาการไม่รุนแรงนัก อาการจะดีขึ้นใน 2-3 วัน แต่จะอ่อนเพลีย ไม่มีแรงเป็นเวลานาน

การแก้พิษ

  1. รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีวัตถุมีพิษนั้น พักผ่อนในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากหายใจขัดให้ใช้เครื่องช่วยหายใจทันที
  2. หากเข้าปากรีบทำให้อาเจียนโดยดื่มน้ำเกลืออุ่น (เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำอุ่น 1 แก้ว)
  3. หากสัมผัสผิวหนังรีบล้างออกด้วยสบู่และน้ำจำนวนมากๆ ถ้าเข้าตาต้องล้างด้วยน้ำจำนวนมากๆ หากเปื้อนเสื้อผ้ารีบเปลี่ยนใหม่ทันที
  4. หากมีอาการรุนแรงรีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที พร้อมภาชนะบรรจุและฉลากวัตถุมีพิษนั้น

การป้องกันอันตรายจากสารพิษ

  1. การใช้วัตถุมีพิษ ผู้ใช้ควรรู้ถึงอันตราย อ่านคู่มือและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างละเอียดก่อนใช้
  2. ควรสวมเสื้อผ้า เครื่องป้องกันการซึมของสารเคมีเข้าสู่ร่างกายขณะใช้งาน
  3. ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปบริเวณที่มีวัตถุมีพิษหรือบริเวณที่ฉีดพ่นสาร และควรนำสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณดังกล่าวด้วย
  4. เกษตรกรที่ใช้วัตถุมีพิษดังกล่าวทางการเกษตรต้องมีความรู้เกี่ยวกับระยะเวลาตกค้างของสารบนผลิตผลที่ได้ เนื่องจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เพิ่งจะพ่นยาออกจำหน่าย อาจก่อให้เกิดพิษแก่ผู้บริโภคได้

เอกสารอ้างอิง
พาลาภ สิงหเสนี (2535). พิษของยาฆ่าแมลงต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ, หน้า 30-53