..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
THE STUDY OF LEAD AND HEAVY METALS TOXICITY AT PATTANI RIVER BASIN

SRIPAORAYA, K., MONTREE, W., RAMCHUEN, S., PUKSUN, K., PAVITRANON, S., JITSURONG, A,
KARNCHANARAT, K., ATHICHOMRANGSARIT, S., KITPORKA, M., SANDPRASERT, S., CHANTAKARN, D.,PENGPARA, U. AND RODCHAWANG, K.

Affilications :
      National Institute of Health, Department of Medical Science, Ministry of Public Health Thailand

Abstract :
      A team from the Department of Medical Science, Department of Mineral Resources and related local authorities did the study survey in 1998, to investigate heavy metals toxicity and its distribution in Patani river basin which covers Yala and Patani provinces. We collected 87 ground water samples, 18 surface water samples in mining areas and 382 cord bloods with accompanying questionnaires. It was found that, in ground water, levels of lead (Pb) and arsenic (As) were within standard level of 50 µg/L whereas cadmium were not found. Arsenic levels in surface water collected from Bannangsta district,Yala province, were found to be quite high in some spot such as old mining areas and the creeks nearby. Levels of lead in cord blood found were 3.0-10.2 µg/dl(range),3.7 µg/dl (median), 4.1 µg/dl (average), which is lower than 10 µg/dl,an acceptable safety level for children. Cadmium levels in cord blood found were also lower than acceptable value of 0.50 µg/dl (range 0.050-0.136 µg/dl , median 0.063 µg/dl and average 0.068 µg/dl). Results from this cross-sectional survey indicate that contamination levels of lead and cadmium in the basin's environment were still low and it were not the main threat to the health risk of the most vulnerable population in the area. Information from this study can be used for the risk assessment of heavy metal toxicity in Thailand as well as a neonatal screening of blood lead in the future.

Source: Abstract for poster presentation at ASIATOX III, Bangkok-ChiangMai Thailand

การศึกษาปัญหาพิษตะกั่วและโลหะหนักในลุ่มน้ำปัตตานี
The Study of Lead and Heavy Metals Toxicity at Pattani River Basin

Key words: Lead, Cadmium, Arsenic, Toxicity, Heavy Metals, Pattani River Basin, Cord blood

ขวัญยืน ศรีเปารยะ1, วัฒนพงศ์ มนตรี2, สถาพร แรมชื่น1, กัญญา พุกสุ่น1, สุมล ปวิตรานนท์1, อานุไร จิตต์สุรงค์3, กิ่งแก้ว กาญจนรัตน์4, สมทรัพย์ อธิคมรังสฤษฏ์ 5, มาลี กิจพ่อค้า5, สุเมธ แสนประเสริฐ6, ดุสิต จันทรกานต์ 6 , อุสาห์ เพ็งภารา7, และเกียรติก้อง รอดฉวาง8


1 กลุ่มงานพิษวิทยาและสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
2 กองน้ำบาดาล กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงอุตสาหภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
3 กลุ่มงานพิษวิทยา ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สงขลา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
4 กองวิเคราะห์ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงอุตสาหกรรม
5 กองสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงอุตสาหกรรม
7 กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กระทรวงสาธารณสุข
8 กลุ่มงานอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยะลา กระทรวงสาธารณสุข


      กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมทรัพยากรธรณี และหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมเข้าสำรวจพื้นที่บริเวณลุ่มน้ำปัตตานีในจังหวัดปัตตานีและยะลา ใน พ.ศ. 2541 เพื่อศึกษาการแพร่กระจายของตะกั่ว แคดเมียม สารหนู และโลหะอื่นๆ รวมทั้งประเมินสถานการณ์ ความเป็นพิษของโลหะหนักในลุ่มน้ำปัตตานี โดยเก็บตัวอย่างน้ำบาดาลจากบ่อจำนวน 87 บ่อ น้ำผิวดินในสิ่งแวดล้อม 18 ตัวอย่าง และเลือดข้างแม่จากสายสะดือเด็กแรกเกิด จำนวน 382 คน พบว่าการปนเปื้อนของตะกั่ว สารหนู ในน้ำบาดาลทั้ง 87 บ่อ ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลิตร และตรวจไม่พบแคดเมียม ส่วนน้ำผิวดินตรวจพบสารหนูปริมาณสูงบริเวณขุมเหมืองที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ตรวจพบระดับตะกั่วในเลือดข้างแม่จากสายสะดือเด็กแรกเกิด (Cord blood) อยู่ในช่วง 3.0 ถึง 10.2 mg/dL ค่ากลาง (median) 3.7 mg/dL และค่าเฉลี่ย (average) 4.1 mg/dL ซึ่งเป็นค่าต่ำกว่าค่าชี้วัดที่เห็นการเกิดพิษที่ 10 mg/dL ส่วนระดับแคดเมียมใน Cord blood พบอยู่ในช่วง 0.050 ถึง 0.136 mg/dL ค่ากลาง (median) 0.063 mg/dL และค่าเฉลี่ย (average) 0.068 mg/dL ซึ่งต่ำกว่าค่าชี้วัดที่เป็นการเกิดพิษที่ 0.50 mg/dL เช่นกัน ผลจากการวิจัยเชิงสำรวจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์จากตะกั่วและแคดเมียมในสิ่งแวดล้อมในเขตลุ่มน้ำปัตตานี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดยะลา ซึ่งมีการทำเหมืองแร่ดีบุกที่อาจเป็นแหล่งที่มาของตะกั่ว แคดเมียม ได้ ยังไม่มีผลกระทบต่อความเสี่ยงต่อการเป็นพิษของตะกั่ว แคดเมียมในทารกเด็กแรกเกิด อย่างไรก็ตาม ควรมีการศึกษาและเฝ้าระวังผลกระทบจากสารหนูในพื้นที่บริเวณที่มีการทำเหมืองในจังหวัดยะลา โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้มีผลกระทบต่อสุขภาพ การจัดการที่เหมาะสมกับน้ำในขุมเหมืองและกากขี้แร่เป็นสิ่งจำเป็นและควรให้ความสำคัญเร่งด่วน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานและการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนั้นข้อมูลจากการดำเนินงานยังเป็นประโยชน์ต่อการประเมินความเสี่ยงต่อพิษโลหะหนักในคนไทย และการวางแผนการคัดกรองระดับตะกั่วเป็นพิษในทารกเด็กแรกเกิดในอนาคต

หมายเหตุ: คัดมาจากรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์