..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
สารเคมีผลิตภัณฑ์กัดสีผมรั่ว

วันที่เกิดเหตุ
        22 กันยายน 2553

เหตุเกิดที่
        อาคารพาณิชย์เลขที่ 48/293 สูง 4 ชั้น ของบริษัท บิวตี้ โปรเฟสเชอน่อล บิวซีเนส จำกัด ซอยรามคำแหง 104 แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ

สาเหตุ
        สารเคมีผลิตภัณฑ์กัดสีผมของ “บิวตี้ โปรเฟสเชอน่อลฯ” รั่ว อาจเกิดจากการที่บริษัทเก็บกล่องผลิตภัณฑ์วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ ไม่ได้มีตู้วาง และอาจเกิดจากความร้อนทำให้ถุงแตก จึงเกิดปฏิกิริยา รวมทั้งอาจเกิดจากหนูกัดกล่อง

ผู้ได้รับพิษ
        โรงเรียนโสมาภานุสรณ์ ซึ่งมีนักเรียนตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ป.6 ซึ่งอยู่ตรงข้ามที่เกิดเหตุ หลังจากลมได้พัดพากลุ่มควันลอยไปในทิศทางดังกล่าว จึงได้แจ้งให้ทางโรงเรียนอพยพนักเรียนอยู่ภายในห้อง เพื่อไม่ให้อากาศเข้าไป หรืออยู่หลังโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนได้ประสานให้ทางผู้ปกครองมารับนักเรียนกลับ พร้อมกับจัดรถรับส่งนักเรียนไปส่ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้วัดค่าบริเวณโรงเรียนพบว่ามีค่า 70 บีพีเอ็ม ซึ่งไม่อันตรายมาก เพราะไม่ถึง 100 บีพีเอ็ม แต่เนื่องจากเป็นสถานศึกษา จึงต้องให้นักเรียนกลับบ้านทันที เพราะอาจเป็นอันตรายได้

อาการ
        สารโฟเทสเซียมเปอร์ซัลเฟต และโซเดียมเปอร์ซัลเฟต ซึ่งทำปฏิกิริยากับความชื้น จึงมีการคายความร้อน ทำให้เกิดก๊าซและกลุ่มควัน ก่อนที่สารทั้งสองจะกลายเป็นสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งสารทั้งสองชนิดมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ หากสูดดมจะเกิดอาการแสบตาและจมูก ถ้าใครเป็นภูมิแพ้ก็จะมีอาการทรุดหนัก

เหตุการณ์
        จากการสอบสวน ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลของบริษัทดังกล่าว ให้การว่า อาคารดังกล่าวเป็นโกดังเก็บกล่องผลิตภัณฑ์กัดสีผม ซึ่งทุกวันตนจะเดินทางมาตรวจสอบโกดังเป็นประจำก่อนที่จะเดินทางไปทำงานที่บริษัท ซึ่งอยู่ห่างจากโกดังซอยเดียวกันประมาณ 200 เมตร โดยวันนี้ได้ติดต่อบริษัทแห่งหนึ่ง เพื่อนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปทำลาย แต่ช่วงเวลาประมาณ 08.00 น.เจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูออกมาได้กลิ่นสารเคมีและเห็นกลุ่มควันลอยคลุ้งออกมาจากชั้น 3 จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที

        ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปขนย้ายกล่องเก็บผลิตภัณฑ์จากชั้น 3 นำมาใส่ไว้ในถังขยะสีเขียวของทางกรุงเทพมหานคร โดยได้ฉีดน้ำเข้าไปในถังด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิริยา โดยจะนำถังเขียวทั้งหมดส่งให้บริษัทที่มีหน้าที่นำสารดังกล่าวไปทำลายรับช่วงต่อ ซึ่งจะนำไปทำลายที่จังหวัดราชบุรี โดยระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังขนกล่องผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่นั้น นายไพฑูรย์ งามมุข นักวิชาการสุขาภิบาล 8 กลุ่มงานจัดการสารเคมี สำนักอนามัย กรุงเทพฯ ให้การว่า อาคารดังกล่าวเป็นที่เก็บสารเคมีใช้ทำการผลิตผลิตภัณฑ์กัดสีผม ซึ่งมีสารโฟเทสเซียมเปอร์ซัลเฟต และโซเดียมเปอร์ซัลเฟต ซึ่งทำปฏิกิริยากับความชื้น จึงมีการคายความร้อน ทำให้เกิดก๊าซและกลุ่มควัน ก่อนที่สารทั้งสองจะกลายเป็นสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งสารทั้งสองชนิดมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ หากสูดดมจะเกิดอาการแสบตาและจมูก ถ้าใครเป็นภูมิแพ้ก็จะมีอาการทรุดหนักลงไปอีก

        สำหรับสาเหตุดังกล่าวอาจเกิดจากการที่บริษัทเก็บกล่องผลิตภัณฑ์วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ ไม่ได้มีตู้วาง และอาจเกิดจากความร้อนทำให้ถุงแตก จึงเกิดปฏิกิริยา รวมทั้งอาจเกิดจากหนูกัดกล่องก็เป็นไปได้

       เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า โกดังดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตจากสาธารณสุข อีกทั้งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ก็หมดอายุแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุการรั่วไหลของสารเคมีอีกครั้ง และจะเชิญตัวเจ้าของบริษัทมาให้ปากคำ พร้อมกับรอผลตรวจจากทางสำนักงานเขต และสำนักงานอนามัยก่อนที่จะตั้งข้อหา


แหล่งที่มา : ทีมข่าวอาชญากรรม เว็ปไซต์ผู้จัดการ Online 22 กันยายน 2553 15:55 น. .