..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
เตือน “เมนูคางคกอันตราย” สธ.เผยปรุงสุกก็ทำลายพิษไม่ได้

วันที่เกิดเหตุ
31 มกราคม 2551

เหตุเกิดที่
ต.ปวนพุ อ.หนองหิน จ.เลย

ผู้ได้รับพิษ
ชาย อายุ 20 ปี เสียชีวิต

อาการ
หลังกินไม่นานก็มีอาเจียน ชักตาตั้ง

สาเหตุ
นำคางคกมาถลกหนังย่างไฟ และรีดไข่ทำห่อหมกแกล้มเหล้า-เบียร

พิษ
ตัวของคางคกนั้นจะมีต่อมพิษ และพิษคางคกจะมีลักษณะเป็นเมือกสีขาว ชาวบ้านเรียกว่า ยางคางคก นอกจากนี้ส่วนอื่นๆ ของคางคก ได้แก่ ผิวหนัง เลือด เครื่องใน และไข่ของคางคก ก็มีพิษด้วย

สารพิษดังกล่าว จะกระตุ้นการทำงานของหัวใจ โดยเพิ่มอัตราการเต้นและแรงบีบของหัวใจ การเสียชีวิตของหนุ่มรายนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะได้รับพิษทั้งหมดในตัวคางคก จากการกินคางคกย่าง และห่อหมกไข่คางคก

การกินคางคกแม้ว่าจะปรุงสุกแล้วก็ตามยังมีอันตรายมาก เนื่องจากพิษคางคกมีความทนทานต่อความร้อนสูง ความร้อนไม่สามารถทำลายพิษได้ โดยพิษคางคกมีสารกระตุ้นการทำงานของหัวใจ หากนำมาแกล้มกับเหล้า-เบียร์ ทำให้ช็อกและเสียชีวิตเร็วขึ้น

คางคกแต่ละตัวจะมีต่อมเก็บและขับสารพิษอยู่ที่บริเวณเหนือตา 1 คู่ เรียกว่า ต่อมพาโรติด พิษมีลักษณะเป็นน้ำเมือกสีขาวคล้ายน้ำนม โดยสารพิษที่พบมีหลายตัว เช่น บูฟากิน บูโฟท็อกซิน และบูโฟเทนนิน ซึ่งสารกลุ่มนี้มีฤทธิ์หลอนประสาท ทำให้เกิดอาการประสาทหลอน มักจะพบในสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข มักจะได้รับพิษจากคางคก จากการเลีย สัมผัส หรือคาบคางคกเล่นอย่างใกล้ชิด สัตว์จะมีอาการน้ำลายไหลมาก กระสับกระส่าย หายใจหอบ ตื่นเต้น ถ้าได้รับพิษมากจะหอบ ร้องหรือหอน ตัวร้อน ชัก และอาจเสียชีวิตได้หากกินคางคกเข้าไปหมดทั้งตัว

แหล่งข่าวจาก : การสัมภาษณนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
จาก เว็บไซต์ผู้จักการออนไลน์ 3 กุมภาพันธ์ 2551 13:34 น.