..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
สุดอันตราย พบเครื่องทำน้ำเย็น ร.ร.ใน “สุราษฎร์ ตรัง สงขลา ภูเก็ต” ปนเปื้อนสารตะกั่ว

กรมวิทย์ เผย ผลสำรวจน้ำดื่มจากเครื่องทำน้ำเย็นในโรงเรียน 4 จังหวัด สุราษฎร์ ตรัง สงขลา ภูเก็ต เกือบทุกโรงเรียนพบสารตะกั่วปนเปื้อนในปริมาณสูงมากกว่าค่าปกติ 10 เท่า พิษร้ายสะสมส่งผลให้อ่อนเพลีย ชามือเท้า เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือรุนแรงเยื้อหุ้มสมองอักเสบ เป็นอัมพาต ถึงขึ้นเสียชีวิตได้ พร้อมประสานกระทรวงศึกษาฯ กระทรวงอุตสาหกรรมสำรวจและปรับปรุงแก้ไข สั่งเลิกใช้เครื่องทำน้ำเย็นมรณะ

นายมานิตย์ อรุณากูร รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ผลการสำรวจของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรัง สงขลา และภูเก็ต ในการตรวจคุณภาพน้ำดื่มในโรงเรียน พบว่า เกือบทุกโรงเรียนมีการปนเปื้อนของสารตะกั่วในน้ำดื่มจากเครื่องทำน้ำเย็นในปริมาณที่สูงมาก โดยจากการศึกษาพบปริมาณสารตะกั่วตั้งแต่ 0.08-0.20 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร โดยตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 และ 135 กำหนดให้มีสารตะกั่วปนเปื้อนในน้ำดื่มไม่เกิน 0.05 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร และมาตรฐานของ US EPA กำหนดให้มีสารตะกั่วปนเปื้อนได้ไม่เกิน 0.015 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร จึงถือว่ามีตะกั่วในปริมาณสูงกว่าปกติหลายเท่าตัว และเนื่องจากตะกั่วเป็นสารพิษที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้ และจะสะสมอยู่ในอวัยวะต่างๆ เช่น ตับ หัวใจ สมอง กระเพราะอาหาร ไขกระดูก ไต และบริเวณที่มีไขมันเป็นองค์ประกอบ ซึ่งอันตรายจากการได้รับสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งแบบเฉียบพลัน และสะสมไว้ในร่างกายส่งผลอันตรายในระยะยาวได้

“จากการตรวจน้ำดื่มในโรงเรียน พบว่า มีสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่ จึงมีการค้นหาสาเหตุ โดยมีการตรวจวิเคราะห์น้ำดื่มก่อนที่จะนำน้ำผ่านเครื่องทำน้ำเย็นแต่ก็ไม่พบสารตะกั่ว จึงตรวจภายในเครื่องทำน้ำเย็น พบว่า มีการบัดกรีบริเวณมุมขอบภายในของเครื่องทำน้ำเย็นด้วยตะกั่ว ทั้งการเชื่อมถังเก็บน้ำดื่ม การขึ้นรูปเครื่องทำน้ำเย็นส่วนที่เก็บน้ำ การเชื่อมลูกลอยกับก้านส่วนที่สัมผัสน้ำดื่ม การบัดกรีท่อจ่ายน้ำดื่ม ทำให้น้ำละลายเอาสารตะกั่วปนเปื้อนมาด้วย” นายมานิตย์ กล่าว

นายมานิตย์ กล่าวด้วยว่า การบัดกรีด้วยตะกั่วถือเป็นการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเครื่องทำน้ำเย็นที่ได้มาตรฐานจะต้องใช้วัสดุสเตนเลสอย่างหนา ซึ่งต้องเชื่อมด้วยวัสดุเคลือบที่มีคุณภาพสูง (Argon at High Voltage) แต่ปกติแล้วเราไม่สามารถทราบได้ด้วยตาเปล่า ว่า เครื่องทำน้ำเย็นแบบใดที่ใช้ตะกั่วเป็นตัวบัดกรี ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน หรือหน่วยงานที่มีเครื่องทำน้ำเย็นจะต้องแจ้งให้สาธารณสุขจังหวัด ประสานให้มีการตรวจสอบ

นายมานิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับพิษของสารตะกั่วจะทำลายระบบประสาทส่วนปลาย เกิดอาการเป็นอัมพาตที่นิ้วเท้าและมือ ทำลายเซลล์สมอง หลอดเลือดฝอย ทำให้อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ฉุนเฉียว ถ้าเป็นมากจะมีอาการปวดศีรษะ วิงเวียนศีรษะ ความรู้สึกสับสน ความจำเสื่อม ปวดกล้ามเนื้อโลหิตจาง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เกิดการตกเลือด การบวม สมองหด เกิดอาการเพ้อ ชัก เป็นอัมพาต หมดสติ และถึงตายได้ นอกจากนี้ ตะกั่วยังทำลายการทำงานของไขกระดูก ซึ่งทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือด ทำให้ผนังเม็ดเลือดแดงเปราะ ทำลายเนื้อเยื่อที่ผลิตเลือดให้เสื่อมลง ทำให้เม็ดเลือดแดงอายุสั้นลง ทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจน เหงือกคล้ำ ปลายมือปลายเท้าเขียว เป็นโรคโลหิตจางได้

“ตะกั่วยังเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ และเมื่อทารกได้รับตะกั่วผ่านทางรกเข้าสู่ร่างกาย พิษของสารตะกั่วจะทำลายสมอง ระบบประสาท ตับ ไต หัวใจ ทางเดินอาหาร ทำให้ทารกแรกเกิดปัญญาอ่อน หยุดยั้งการเจริญเติบโตของอวัยวะบางส่วน โดยเฉพาะกระดูก มีอาการพิการ ทางสมอง และทุพพลภาพ ตาบอด หูหนวก หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ สารตะกั่วยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดมะเร็งปอด โรคหัวใจ และโรคหอบหืดอีกด้วย” นายมานิตย์ กล่าว

นายมานิตย์ กล่าวต่อว่า จากการสำรวจพบด้วยว่าโรงเรียนส่วนใหญ่เกือบร้อยละ 80 ผลิตน้ำดื่มให้นักเรียนดื่มเอง ดังนั้น จึงมีการประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้มีการกำชับไปยังโรงเรียนให้มีการตรวจสอบ เครื่องทำน้ำเย็นที่ใช้ภายในโรงเรียน ซึ่งหากพบว่าเครื่องทำน้ำเย็นมีการบัดกรีด้วยตะกั่ว ขอให้เลิกใช้และปรับปรุงใหม่ พร้อมประสานแจ้งข้อมูลให้กระทรวงอุตสาหกรรมทราบ และกำหนดนโยบายและกำหนดมาตรฐานการผลิตสินค้าชนิดนี้ให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค


ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 26 เมษายน 2550 17:31 น.