..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
สัตว์ป่าที่เป็นภัยต่อนักท่องเที่ยว

สัตว์ป่าที่เป็นภัยต่อนักท่องเที่ยว

โอภาส ขอบเขตต์*

ยอดชาย ช่วยเงิน**

เพ็ญศรี ขอบเขตต์***

*ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์, ราชบัณฑิต, กทม. 10200

**องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

***คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กทม. 10210


      ในการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ หรือในทะเล อันตรายจากสัตว์ป่านับว่ามีน้อยมาก ยิ่งได้รับการระมัดระวังเป็นอย่างดีแล้ว อันตรายจากสัตว์ป่าแทบจะไม่มีเลย อย่างไรก็ตาม สัตว์ที่นับว่าเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นงูชนิดต่างๆ งูที่พบในประเทศไทยประมาณ 178 ชนิด มี 110 ชนิดที่นับเป็นพิษเป็นภัย โดยเป็นงูที่มีพิษรุนแรงทำลายระบบประสาท 12 ชนิด ทำลายระบบกล้ามเนื้อ 29 ชนิด ทำลายระบบโลหิต 1 ชนิด ที่เป็นพิษค่อนข้างแรงทำลายระบบโลหิต 11 ชนิด พิษอ่อน 52 ชนิด และที่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอีก 4 ชนิด จากสถิติพบว่างูที่คนไทยถูกกัดบ่อยที่สุดได้แก่ งูกะปะ รองลงมาได้แก่ งูเขียวหางไหม้ งูเห่า และงูแมวเซา ตามลำดับ คนไทยตายเพราะงูพิษกัดมีน้อยมาก

สัตว์ป่าคืออะไร

      สัตว์ป่าตามความหมายของพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 หมายถึงสัตว์ทุกชนิดไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลง หรือ แมง ซึ่งโดยสภาพธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตในป่า หรือในน้ำ และให้ความหมายถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วย ทั้งนี้ไม่รวมสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณตามกฎว่าด้วยสัตว์พาหนะแล้ว และสัตว์ที่ได้จากการสืบพันธุ์ของสัตว์พาหนะดังกล่าว

      ตามความหมายดังกล่าวนี้จะหมายถึงสัตว์ทุกชนิดตั้งแต่สัตว์ที่มีขนาดเล็กหรือสัตว์เซลล์เดียวอย่างเช่น โปรโตซัว ไปจนถึงสัตว์ที่มีขนาดใหญ่อย่างเช่น ช้าง แต่ความหมายโดยทั่วไปแล้ว สัตว์ป่าจะหมายถึงสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีกระดูกสันหลัง (vertebrates) ซึ่งได้แก่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (amphibians) สัตว์เลื้อยคลาน (reptiles) นก (birds) และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (mammals) ส่วนสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังพวกปลา (fish) ไม่จัดเป็นสัตว์ป่าแต่อย่างใด ในที่นี้สัตว์ป่าจะหมายถึงสัตว์ตามความหมายดังกล่าวเท่านั้น


สัตว์ป่าที่เป็นภัยต่อนักท่องเที่ยว

      การท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะเป็นการท่องเที่ยวป่า หรือ ทะเล โดยไม่รวมถึงการท่งเที่ยวในเมืองแต่อย่างใด อาจจะกล่าวได้ว่ามีสัตว์จำนวนน้อยมากที่เป็นพิษเป็นภัย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์จำพวกนก จะมีอยู่บ้างก็คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะสัตว์ผู้ล่า (predators) เช่น เสือ หมี หมาป่า เป็นต้น แต่สัตว์ป่าเหล่านี้มีจำนวนค่อนข้างน้อย โอกาสที่จะพบเห็นตัวค่อนข้างยาก ผู้ที่พบเห็นตัวอาจจะกล่าวได้ว่าโชคดีมากกว่าที่จะเป็นพิษเป็นภัยและโดนเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เหล่านี้กลัวคนมาก เมื่อได้กลิ่นหรือได้ยินเสียงคนมักจะหนี ยกเว้นเป็นสัตว์ลำบาก เช่น บาดเจ็บ ซึ่งอาจจะถูกคนล่า หรือ อาจจะเกิดการต่อสู้ในสัตว์ป่าด้วยกันเอง และพบกันโดยบังเอิญ เป็นต้น สัตว์ที่อาจจะเป็นภัยอยู่บ้างก็เห็นจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์จำพวกงู อย่างไรก็ตามงูทุกชนิดไม่ได้เป็นพิษเป็นภัยไปทั้งหมด บางชนิดมีประโยชน์ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะงูในกลุ่มงูสิง (Rat snake) และงูในกลุ่มงูทางมะพร้าว (racer) ที่กินหนูตามป่า ตามท้องไร่ท้องนาหรือพื้นที่กสิกรรมต่างๆ ทำให้ไม่สามารถควบคุมปริมาณของหนูต่างๆได้ โดยไม่ต้องใช้สารเคมี


อนุกรมวิธานของงู

      งูประมาณ 178 ชนิด ที่พบในประเทศไทย จัดอยู่ในอันดับ Squamata, อันดับย่อย (Suborder) Serpentes (Ophidia) โดยมีทั้งสิ้น 9 วงศ์ (families) ดังนี้

¨ Order Squamata

· Suborder Serpentes (Ophidia)

- Family Typhlopidae (วงศ์งูดิน)

- Family Xenopeltidae(วงศ์งูแสงอาทิตย์)

- FamilyCylindrophiidae (วงศ์งูก้นขบ)

- Family Boiidae (วงศ์งูเหลือม)

Subfamily Pythoninae (วงศ์ย่อยงูเหลือม)

- Family Acrochordidae (วงศ์งูงวงช้าง)

- Family Colubridae (วงศ์งูพิษอ่อน)

Subfamily Xenodermidae (วงศ์ย่อยงูท้องขาว)

Subfamily Pareatinae (วงศ์ย่อยงูกินทาก)

Subfamily Calamariinae (วงศ์ย่อยงูพงอ้อ)

Subfamily Homalopsinae (วงศ์ย่อยงูหัวกะโหลก)

Subfamily Colubrinae (วงศ์ย่อยงูเขียว)

Subfamily Psammophiinae (วงศ์ย่อยงูม่านทอง)

Subfamily Pseudoxenodotinae (วงศ์ย่อยงูหัวลูกศร)

Subfamily Natricinae (วงศ์ย่อยงูลายสาบ)

- Family Elapidae (วงศ์ย่อยงูพิษเขี้ยวหน้า)

Subfamily Bungarinae (วงศ์ย่อยงูทับสมิงคลา)

Subfamily Elapidae (วงศ์ย่อยงูปล้องหวาย)

- Family Hydrophiidae (วงศ์งูทะเล)

- Family Viperidae (วงศ์งูแมวเซา)

Subfamily Viperinae (วงศ์ย่อยงูแมวเซา)

Subfamily Crotalinae (วงศ์ย่อยงูเขียวหางไหม้)


ตารางที่ 1 งูชนิดที่มีพิษรุนแรงทำลายระบบประสาท

ชื่อสามัญ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์

แหล่งกระจายพันธุ์

1.งูสามเหลี่ยม

Banded Krait

Bunggarus fasciatus(Schneider)

A

2.งูทับสมิงคลา

Blue Krait

B. cancidus (Linnaeus)

N,NE,P,SE,E

3.งูสามเหลี่ยมหัวหางแดง

Red-headed Krait

Bungarus flaviceps Reinhard

P

4.งูเห่าหม้อ

Monocled Cobra

Naja kaouthia Lesson

A

5.งูเห่าปลวก

Siamese Spitting Cobra

Naja siamensis Laurenti

A

6.งูเห่าทองพ่นพิษ

Golden Spitting Cobra

N.sumatrana Mueller

P

7.งูจงอาง

King Cobra

Ophiophagus hannah (Cantor)

N,NE,P,SE,W,E

8.งูพริกท้องแดง

Blue Long-glanded Coral Snake

Maticora bivirgata (Boice)

P

9.งูพริกสีน้ำตาล

Brown Long- glanded Coral Snake

M. intestinalis (Laurenti)

P

10.งูปล้องหวายหัวดำ

Small – spotted Coral Snake

Calloiphis maculiceps (Gunther)

C,N,NE,P,SE

11.งูปล้องหวายมลายู

Gray Coral Snake

C. gracilis Gray

P

12.งูปล้องหวายลายขวั้นดำ

Black – banded Coral Snake

C. macclellandii (Reinhadt)

N,NE,SE


 

งูที่เป็นพิษ

      ในจำนวนงูพิษที่พบบ่อยในประเทศไทย และนับว่าเป็นอันตรายมากต่อนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในป่า เป็นงูชนิดที่มีพิษร้าย แรง โดยพิษจะเข้าไปทำลายระบบประสาทมีจำนวนทั้งสิ้น 12 ชนิด (ตารางที่ 1) ทั้งหมดจะจัดไว้ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า (Family Elapidae)ในวงศ์ย่อยงูทับสมิงคลา(Subfamily Bungarinae) และวงศ์ย่อยงูปล้องหวาย (Subfamily Elapidae) ลักษณะสำคัญของงูในวงศ์นี้ที่นักท่องเที่ยวควรรู้จักคือ

1.หัวป้อมมน เกล็ดบนหัวใหญ่ โดยเฉพาะเกล็ดกระหม่อม (parietals) เป็นคู่ที่ใหญ่ที่สุด ตาดำ (pupil) มน เกล็ดลำตัวมักเป็นเกล็ดเรียบ ลำตัวตัวเรียวยาว

2.มีเขี้ยวพิษยาวอยู่ด้านหน้า

3.ชนิดที่แผ่แม่เบี้ยได้ เนื่องจากมีกระดูกคอ (transverse process of nuchal ribs) ยาว และหนังคอยืดได้มาก ได้แก่ กลุ่มงูเห่า และงูจงอาง

4.เป็นงูบก ปีนต้นไม้ได้

5.งูเห่าบางชนิดมีลายดอกจันเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปวงกลม รูปตัวอักษรยู (U) รูปเกือกม้า และบางชนิดพ่นพิษได้


      งู 28 ชนิดในตารางที่ 2 เป็นงูที่มีพิษร้ายแรงทำลายระบบกล้ามเนื้อ ทั้งหมดเป็นงูทะเลจัดไว้ในวงศ์งูทะเล (Family Hydrophidae) อาจจะเป็นพิษเป็นภัยต่อการท่องเที่ยวในทะเล งูเหล่านี้ที่น่าสังเกตคือ

1.ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในทะเลตลอดเวลา ไม่ขึ้นบก ยกเว้นสกุลเดียวคือ งูทะเลในสกุลงูสมิงทะเล (Genus Laticauda)ซึ่งพบ 2 ชนิด คือ งูสมิงทะเลปากเหลือง และงูสมิงทะเลปากดำ โดยจะขึ้นมาวางไข่บนบก

2.ส่วนมากจะมีสีเทา เทาเหลืองลายเป็นปล้องหรือลักษณะชายธงขว้างตามตัว หางแบนเป็นพาย

3.บางชนิดมีขนาดเล็กมาก เช่น งูแสมรังหัวเข็ม แต่ตัวใหญ่ และหางเป็นพาย

4.มีเขี้ยวพิษด้านหน้า เช่นเดียวกับงูในวงศ์งูพิษเขี้ยวหน้า


      ยังมีงูอีก 52 ชนิด ที่มีพิษ แต่เป็นพิษอย่างอ่อน เมื่อถูกกักจะรู้สึกเจ็บ และแผลอาจจะบวมโต ไม่ถึงกับเสียชีวิต งูเหล่านี้จัดอยู่ในวงศ์งูพิษอ่อน (Family Colubridae) ในวงศ์ย่อยงูหัวกะโหลก (Subfamily Homalopsinae) วงศ์ย่อยงูเขียว (Subfamily Colubrinae) วงศ์ย่อยงูลายศร(Subfamily Pseudoxenodontinae) และวงศ์ย่อยงูลายสาบ (Subfamily Natricinae) ดังรายละเอียดในตารางที่ 4 ยังมี 4 ชนิดที่ไม่มีข้อมูล คือ งูปล้องฉนวนบอร์เนียว (Slender Wolf Snake: Lepturophis borneensis Boulenger) งูควนขนุน[Malayan Brown Snake: Xenelaphis hexagonotus (Cantor)] งูสายน้ำผึ้ง [Red Whip Snake: Dryophiops rubescens (Grey)] และงูลายสอหมอบุญส่ง [Boonsong's Keelback: Opisthotropis boonsongsi (Taylor & Elbel)] ลักษณะของงูพิษอ่อนที่ควรทราบคือ

1.มีเขี้ยวพิษอยู่ด้านในสุดของขากรรไกรบน

2.มีลักษณะรูปร่างและสีสันแตกต่างกันมาก เช่น พวกที่หากินบนต้นไม้มักมีหัวโต คอเล็ก ตัวเรียว หางยาว พิษทำให้ปวดบวมเล็กน้อย ได้แก่ งูปล้องทอง งูเขียวดง และงูต้องไฟ บางชนิดปากเรียวยาว ยื่นออกมา เช่น งูเขียวปากแหนบ

3.เป็นงูขนาดกลาง


ตารางที่ 2 งูชนิดที่มีพิษรุนแรงทำลายระบบกล้ามเนื้อ

ชื่อสามัญ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์

แหล่งกระจายพันธุ์

  1. งูสมิงทะเลปากเหลือง
  2. งูสมิงทะเลปากดำ
  3. งูชายธงลายข้าวหลามตัด
  4. งูทากลาย
  5. งูคออ่อนหัวโต
  6. งูทากลายท้องขาว
  7. งูชายธงหัวโต
  8. งูเสมียนรังหัวสั้น
  9. งูชายธงท้องขาว
  10. งูคออ่อนหัวเข็ม
  11. งูอ้ายงั่ว
  12. งูแสมรังเหลืองหลายคราม
  13. งูแสมรังวงแหวน
  14. งูแสมรังหางขาว
  15. งูแสมรังลายเยื้อง
  16. งูฝักมะรุม
  17. งูแสมรังเทา
  18. งูแสมรังหัวดำ
  19. งูแสมรังท้องเหลือง
  20. งูทะเลอ่าวเปอร์เซีย
  21. งูแสมรังแถบสีจาง
  22. งูแสมรังเกล็ดสองตุ่ม
  23. งูแสมรังกุนเธอร์
  24. งูแสมรังสมิธ
  25. งูแสมรังดำ
  26. งูแสมรังขวั้นดำ
  27. งูแสมรังโดว์แดงส์
  28. งูทะเลจุดขาว

Yellow-lipped Sea Krait

Black-banded Sea Krait

Jerdon’s Sea Snake

Stokes’ Sea Snake

Beaked Sea Snake

Peason’s Sea Snake

Annandale’s Sea Snake

Anomalous Sea Snake

Viperine Sea Snake

Graceful Sea Snake

Hardwicke’s Sea Snake

Blue-banded Sea Snake

Yellow Sea Snake

Reef Sea Snake

Dark Blue-banded Sea Snake

Kloss’s Sea Snake

Black-headed Sea Snake

Striped Sea Snake

Brooke’s Sea Snake

Persian Gulf Sea Snake

Inornate Sea Snake

Bitubercled Sea Snake

Gunther’s Sea Snake

Lambert’s Sea Snake

Black Sea Snake

Back-banded Sea Snake

Daudin’s Sea Snake

White-spotted Sea Krait

Laticauda colubrina (Schneider)

L. laticaudata (Linnaeus)

Kerilia jerdonii Gray

Disteira stokesii (Gray)

Enhydrina schistosa Daudin

Acalptophis peronii (Dumeril)

Thalassophis annandalei (Laidlaw)

T. anomalus (Schmidt)

T. viperina (Schmidt)

Microcephalophis gracilis Shaw

Lapemis curtus Shaw

Leioselasma cyanocincta (Daudin)

L. spiralis (Shaw)

Hydrophis ornatus (Gray)

H. caerulescens (Shaw)

H. klossiI Boulenger

H. torquatus Gunther

H. fasciatus (Schneider)

H. brookiiI Gunther

H. lapemoides (Gray)

H. inornatus (Gray)

H. bituberculatus Peters

H. cantoris Gunther

H. lamberti Smith

H. melanosoma Gunther

H. nigrocinctus Daudin

H. obscurus (Gray)

Aipysurus eydouxii (Gray)

G, An

G

An

G, An

G, An

G, An

G

G, An

An

G, An

G, An

G, An

G, An

G, An

G, An

G

G, An

An

G, An

An

An

An

An

An

An

An

An

G, An

หมายเหตุ : An = Andaman Sea พบในทะเลอันดามัน), G = Gulf of Thailand (พบในอ่าวไทย)


 

 

ตารางที่ 3 งูชนิดที่มีพิษรุนแรง และค่อนข้างแรง ทำลายระบบโลหิต

ชื่อสามัญ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์

แหล่งกระจายพันธุ์

  1. งูแมวเซา
  2. งูกะปะ
  3. งูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง
  4. งูเขียวหางไหม้ตาโต
  5. งูเขียวหางไหม้ท้องเขียว
  6. งูเขียวไผ่
  7. งูพังกา
  8. งูหางแฮ่มกาญจน์
  9. งูแก้วหางแดง
  10. งูปาล์ม
  11. งูเขียวตุ๊กแก
  12. งูหางแฮ่มภูเขา

Russell’s Viper

Malayan Pit Viper

White-lipped Pit Viper

Big-eyed Pit Viper

Pope’s Pit Viper

Bamboo Pit Viper

Mangrove Pit Viper

Kanburee Pit Viper

Hagen’s Pit Viper

Palm Pit Viper

Wagler’s Pit Viper

Mountain Pit Viper

Daboia russelli (Shaw)

Calloselasma rhodostoma (Boie)

Trimeresurus albolabris Gray

T. macrops Kramer

T. popeorum Smith

T. stejnegeri Schmidt

T. purpureomaculatus (Gray)

T. kanburiensis Smith

T. hageni (Lidht de Jeude)

T. borneensis Peters

Tropidolaemus wagleri (Schlegel)

Ovophis monticola (Gunther)

C, N, SE

A

A

C, SE

N, P, SW

NE, SE, E

P

SW

P

P

P

N, NE, P, SW


 

 

ตารางที่ 4 งูชนิดที่มีพิษอ่อน

ชื่อสามัญ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์

แหล่งกระจายพันธุ์

  1. งูรังแหหัวแดง
  2. งูรังแหหัวศร
  3. งูลายสาบตาโต
  4. งูปล้องฉนวนมลายู
  5. งูสร้อยเหลือง
  6. งูปล้องฉนวนมลายู
  7. งูปล้องฉนวนเมืองเหนือ
  8. งูปล้องฉนวนลาว
  9. งูปล้องฉนวนบ้าน
  10. งูปี่แก้วหัวลายหัวใจ
  11. งูปี่แก้วลายกระ
  12. งูปี่แก้วสีจาง
  13. งูปี่แก้วธรรมดา
  14. งูคุด
  15. งูงอดเขมร
  16. งูงอดไทย
  17. งูปี่แก้วใหญ่
  18. งูปี่แก้วภูหลวง
  19. งูงอดลายสี่ขีด
  20. งูปี่แก้วพม่า
  21. งูดงคาทอง
  22. งูแม่ตะงาวรังนก
  23. งูเขียวบอน
  24. งูเขียวดงลาย
  25. งูปล้องทอง
  26. งูต้องไฟ
  27. งูแส้หางม้า
  28. งูแส้หางม้าเทา
  29. งูกระ

Orange-necked Keelback

Blue-necked Keelback

Big-eyed Mountain Keelback

Butler’s Wolf Snake

Common Wolf Snake

Brown Wolf Snake

Indian Banded Wolf Snake

Laotian Wolf Snake

Malayan Banded Wolf Snake

Barron’s Kukri Snake

Ashy Kukri Snake

Inornate Kukri Snake

Common Kukri Snake

Brown Kukri Snake

Cambodian Kukri Snake

Striped Kukri Snake

Grey Kukri Snake

Gray’s Kukri Snake

Four-lined Kukri Snake

Theobald’s Kukri Snake

White-spotted Cat Snake

Many-spotted Cat Snake

Green Cat Snake

Banded Cat Snake

Yellow-ringed Cat Snake

Red Cat Snake

Dog-toothed Cat Snake

Grey Cat Snake

Jasper Cat Snake

Macropisthodon flaviceps (Dumeril, Bibron & Dumeril)

M. rhodomelas (Boie)

Pseudoxenodon macrops (Blyth)

Lycodon butleri Boulenger

L. capucinus Boie

L. effraensis (Cantor)

L. fasciatus (Anderson)

L. laoensis Gunther

L. subcinctus Boie

Oligodon barroni (Smith)

O. cinereus (Gunther)

O. inornatus Boulenger

O. cyclurus (Cantor)

O. purpurascens (Schlegel)

O. mouhoti (Boulenger)

O. taeniatus (Gunther)

O. joynsoni (Smith)

O. dorsalis (Gray)

O. quadrilineatus (Jan)

O. theobaldi (Gunther)

Boiga drapiezii (Boie)

B. multomaculata (Boie)

B. cyanea (Dumeril, Bibron & Dumeril)

B. mahasomi Nutphand

B. dendrophila (Boie)

B. nigriceps (Gunther)

B. cynodon (Boie)

B. ocellata Kroon

B. jaspidea (Dumeril, Bibron & Dumeril)

P

P

N, NE, SE

P

A

P

N, NE, SE

NE, E, SE, P

P, SE

C, SE

N, NE

NE, SE, W, E

A

P

SE, E

C, P, SE, E

N, SW

NE

C, SE

W

P

A

N, NE, P, SE, SW, E

P

P

P, SW

P

E, SW

P


ตารางที่ 4 (ต่อ)

ชื่อสามัญ

 

ชื่อวิทยาศาสตร์

แหล่งกระจายพันธุ์

  • งูเขียวหัวลายกระ
  • งูเขียวหัวจิ้งจก
  • งูเขียวหัวจิ้งจกมลายู
  • งูเขียวปากแหนบ
  • งูหมอก
  • งูม่านทอง
  • งูเขียวดอกหมาก
  • งูเขียวพระอินทร์
  • งูดอกหมากแดง
  • งูลายสาบคอแดง
  • งูลายสาบจุดดำขาว
  • งูลายสาบเขียวขวั้นดำ
  • งูปลิง
  • งูสายรุ้ง
  • งูสายรุ้งดำ
  • งูสายรุ้งลายขวาง
  • งูหัวกะโหลก
  • งูปากกว้างน้ำเค็ม
  • งูเปี้ยว
  • งูปลาตาแมว
  • งูกระด้าง
  • งูปลาหลังม่วง
  • งูปลาหลังเทา
  • Speckle-headed Whip Snake

    Oriental Whip Snake

    Malayan Green Whip Snake

    Long-nosed Whip Snake

    Mock Viper

    Indochinese Sand Snake

    Paradise Tree Snake

    Golden Tree Snake

    Red Tree Snake

    Red-necked Keelback

    Speckled-billed Keelback

    Green Keelback

    Plumbeous Water Snake

    Rainbow Water Snake

    Maurice’s Water Snake

    Jagor’s Water Snake

    Puff-faced Water Snake

    Dog-faced Water Snake

    Kell-bellied Water Snake

    Cat-eyed Water Snake

    Tentacled Snake

    Cantor’s Water Snake

    Crab-eating Water Snake

    Ahaetulla fasciolata (Fischer)

    A prasina (Boie)

    A. mycterizans (Linnaeus)

    A. nasuta (Lacepede)

    Psammodynastes pulverulentus (Boie)

    Psammophis condenarus (Merrem)

    Chrysopelea paradisi Boie

    C. ornata (Shaw)

    C. pelias (Linnaeus)

    Rhabdophis subminiatus (Schlegel)

    R. chrysargos (Schlegel)

    R. nigrocinctus (Blyth)

    Enhydris plumjbea (Boie)

    E. enhydris (Schneider)

    E. innominata (Maurice)

    E. jagorii (Peters)

    Homalopsis buccata (Linnaeus)

    Cerberus rynchops (Schneider)

    Bitia hydroides Gray

    Gerarda prevostiana (Eydoux & Gervais)

    Erpeton tentaculatum Lacepede

    Cantoria violacea Girard

    Fordonia leucobalia (Schlegel)

    P

    A

    P

    C, N, NE, P

    N, NE, SE, P, SW, E

    C

    P

    A

    P

    N, NE, SE, P, E, SW

    N, NE, P, SE, E

    NE, P, SE, W, N, E

    A

    A

    C

    C, NE

    A

    C, P, SE

    P

    P

    C, P

    P

    P


     

     

    ลักษณะของงูที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อพบ

    1.งูขนาดใหญ่ และสามารถแผ่แม่เบี้ยได้ บริเวณคอมีลายดอกจัน มีลายตัวอักษรยู (U) วงกลม รูปเกือกม้าหรือลวดลายอื่นๆ งูกลุ่มนี้อาจเป็นงูจงอาง หรือกลุ่มงูเห่า

    2.งูที่มีลักษณะลำตัวเป็นปล้องขาวสลับดำ หรือ เหลืองสลับดำ ภาคตัดขวางของลำตัวเป็นรูปสามเหลี่ยม ซึ่งอาจเป็นงูทับสมิงคลา หรืองูสามเหลี่ยม

    3.งูที่มีหัวเป็นรูปสามเหลี่ยมชัดเจน ลำตัวค่อนข้างอ้วนสั้น หางสั้น ลำตัวมักมีสีเหลืองหรือสีเขียว โดยส่วนมากมักพบม้วนตัว พาดตัวเกาะอยู่บนพุ่มไม้ กิ่งไม้ริมลำคลองซึ่งอาจจะเป็นงูในกลุ่มของงูเขียวหางไหม้

    4.งูที่พบนอนพาดตัวนิ่งอยู่บนถนนลูกรัง ถนนลาดยางมะตอยในเวลาเย็น พลบค่ำ หรือ หัวค่ำ อย่าไปแหย่ หรือเข้าใกล้ ควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจเป็นงูในกลุ่มงูกะปะ งูแมวเซา หรืองูเขียวหางไหม้ ซึ่งจะออกมาดูดซับความร้อนจากพื้นดิน พื้นถนน เพื่อยกระดับอุณหภูมิของร่างกายให้สูงขึ้นจนถึงระดับที่ร่างกายสามารถออกแสดงพฤติกรรมต่างๆได้ดี

    5.ควรหลีกเลี่ยงงูที่เจอคนแล้วไม่เลื้อยหนี แต่จะม้วนตัวตั้งท่าเตรียมพร้อมคอยต่อสู้ซึ่งเป็นพฤติกรรมของงูในกลุ่มงูกะปะ งูแมวเซา งูเขียวหางไหม้ นอกจากนี้ยิ่งต้องลหีกเลี่ยงงูที่สามารถส่งเสียงขู่ได้ทั้งจากการเป่าลมหายใจ หรือใช้หางสั่นกระทบวัตถุต่างๆเพื่อให้เกิดเสียง

    6.งูที่มีลักษณะหัวแดง หรือหางแดง คอแดง หรืองูที่มีลักษณะสีสันสดใส และมีลักษณะเป็นปล้องๆ ซึ่งมักจะมีพิษรุนแรง


    ตารางที่ 5 จำนวนผู้ถูกผู้พิษกัดในประเทศไทย และจำนวนผู้เสียชีวิต

    ปี

    จำนวนผู้ถูกงูพิษกัด

    จำนวนผู้เสียชีวิต

    2,517

    32

    0

    2,518

    57

    1

    2,519

    229

    4

    2520

    1,090

    15

    2,521

    1,085

    12

    2522

    1,527

    14

    2,523

    1,411

    16

    2,524

    1,809

    13

    2,525

    2,407

    18

    2,526

    2,776

    4

    2,527

    2,673

    6

    2,528

    3,377

    9

     


    สถิติงูพิษที่กัดคนในประเทศไทย

          ในแต่ละปีคาดว่ามีผู้ถูกงูพิษกัดในประเทศไทยประมาณ7,000 ราย แต่จำนวนผู้เสียชีวิตจากงูกัดนั้นน้อยมาก เนื่องจากสาธารณสุขมูลฐานขยายไปสู่ชนบทได้ทั่วถึงมากขึ้น และความก้าวหน้าของการรักษาผู้ที่ถูกงูพิษแต่ละชนิดกัด งูพิษที่กัดคนไทยมากที่สุด คือ งูกะปะ รองลงมาคือกลุ่มงูเขียวหางไหม้ อันดับสามคืองูเห่า อันดับสี่คืองูแมวเซา งูพิษอื่นๆ นอกจากนี้มีอัตราการกัดหรือทำอันตรายต่อคนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับงูทั้งสี่ชนิดดังกล่าว งูพิษที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมาเป็นอันดับหนึ่งและสอง คือ งูเห่า และงูแมวเซา ตามลำดับ (ไพบูลย์ และลาวัณย์, 2539)


    การป้องกันอันตรายที่เกิดจากงูในระหว่างการท่องเที่ยว

          การท่องเที่ยวตามพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า หรือ พื้นที่อนุรักษ์อื่นๆนักท่องเที่ยวควรรู้จักหลักง่ายๆเพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดจากงู

    1.การกางกระโจมพักแรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ควรพยายามเลือกทำเลที่เป็นที่โล่ง เก็บอาหารไว้ให้ห่างจากบริเวณที่นอน เนื่องจากพวกหนูจะเข้ามากินอาหาร จึงอาจชักนำงูที่กินหนูเป็นอาหารเข้ามาในบริเวณกระโจมได้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

    2.ในบริเวณบ้านพักรับรอง ต้องเปิดไฟเพื่อทำการสำรวจทุกซอกทุกมุมก่อนเข้าพัก เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีงูหลบซ่อนในบ้านพัก ในระหว่างการใช้บ้านพักควรเก็บข้าวของสัมภาระต่างๆให้เป็นระเบียบ ไม่ควรกองสุมกัน เพราะอาจทำให้หนูเข้ามาหาอาหาร และงูเข้ามากินหนูอีกที ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

    3.ในการเดินไปมาระหว่างการท่องเที่ยวควรสวมรองเท้าให้เรียบร้อย ไม่ควรเดินลุยในที่รกทึบ การเดินทางในเวลากลางคืนต้องพกไฟฉายและส่องไฟตลอดเวลาเพื่อป้องกันงู

    4.ก่อนจะสวมรองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าบู๊ทควรตรวจสอบเสียก่อนว่ามีงูหลบซ่นอยู่ในรองเท้าหรือไม่

    5.ควรหลีกเลี่ยงการงัดแงะ ขุด คุ้ย ก้อนหิน ขอนไม้ หรือการใช้มือ เท้า หรือ มุดเข้าไปในโพรงที่ทึบ เนื่องจากอาจมีงูหลบซ่อนอยู่ได้

    6.เมื่อเจองูควรหลีกเลี่ยงอยู่ห่างๆ อย่าเข้าใกล้ หากเจองูหรือมีงูเข้ามาในบ้านพักควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ทราบทันที

    ที่มา: The Journal of Environmental Medicine Vol.3 No.2 Jul.-Dec. 2001 หน้าที่ 305-314.