..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
การแก้พิษและการใช้ยาแก้พิษ

ลักษณา ลือประเสริฐ

นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ 7

หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยา

ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ชลบุรี

      การเกิดพิษมักเกิดจาก อุบัติเหตุ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเจตนาที่จะทำลายชีวิต การแก้พิษควรแก้ที่สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเป็นพิษ เมื่อมีผู้ได้รับสารพิษ ควรดำเนินการแก้ไขดังนี้

ชนิดของวัตถุมีพิษที่ได้รับ

      1. กรด(Acids)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      - ห้ามทำให้ผู้ป่วยอาเจียน ควรให้ผู้ป่วยกินยาลดกรดหรือน้ำด่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น น้ำปูนใสผสมน้ำมากๆ แล้วให้ผู้ป่วยดื่มน้ำนมหรือน้ำข้าว

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      - ล้างท้องด้วย มิลค์ ออฟ แมกนีเซีย (Milk of magnesia) ผสมน้ำจำนวน 2-4 ลิตร ให้ยาระงับปวดและยาประเภทคอร์ติโคสเตอรอยด์ (Corticosteroids)ให้การรักษาอาการช็อค (Shock)

      2. ด่าง (Alkalines)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      - ห้ามทำให้ผู้ป่วยอาเจียน ให้ดื่มน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 2 ถ้วยแก้ว หรือให้ดื่มน้ำมะนาว หรือน้ำส้มคั้นจำนวนมาก อย่างใดอย่างหนึ่ง

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      - ควรส่องหลอดอาหารด้วยเครื่องส่อง (Esophagoscope) ทันที เพื่อหาส่วนที่เป็นแผล ให้กรดน้ำส้ม 1 เปอร์เซ็นต์ ตรงบริเวณแผล จนเป็นกลางให้ยาระงับปวดเพื่อรักษาอาการช็อคให้ยาประเภทคอร์ติโคสเตอรอยด์ เพื่อช่วยป้องกันหลอดอาหารตีบ

      3.แอลกอฮอล์ชนิดจุดไฟ (Methyl alcohol)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      1.ทำให้ผู้ป่วยอาเจียน โดยใช้นิ้วที่สะอาดล้วงคอ หรือดื่มน้ำแป้งมันละลายน้ำมากๆ หรือกินมัสตาด 1 ช้อนชา ผสมน้ำครึ่งแก้ว

      2. ให้กินผงฟู (โซดาทำขนม) 1 ช้อนชา ในน้ำอุ่น 1 ถ้วยแก้ว

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      - ล้างท้องด้วยสารละลาย โซเดียมไบคาร์บอเนต 1 % แล้วให้กินโซเดียมไบคาร์บอเนต 5-15 กรัม ทุก 2-3 ชั่วโมง จน Plasma-carbondioxide-combinning power ของคนไข้ ปกติจึงให้กินเอธิลแอลกอฮอล์ 50 % (ให้ 1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) หลังจากนั้นให้กินหรือฉีดเข้าเส้นโลหิต0.5-1 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 2 ชั่วโมงเป็นเวลา 4 วัน

      4.ไซยาไนด์ (Cyanide)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      - ให้สูดดมเอมิลไนไตรท์ (Amyl nitrite) 0.2 มิลลิลิตร ทุกๆ 5 นาที

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      - ให้ใช้ยาแก้พิษทันที โดยให้โซเดียมไนไตรท์ 3 % จำนวน 10 มิลลิลิตร ฉีดเข้าเส้นโลหิต ใช้เวลาเดินยา 2.5-5 มิลลิลิตรต่อนาที หยุดให้เมื่อความดันโลหิต (Systolic blood pressure) ต่ำกว่า 80 มิลลิเมตรปรอท แล้วจึงฉีดโซเเดียม ไทโอซัลเฟต (Sodium thiosulfate) 25 % จำนวนที่เหมาะสมกับระดับฮีโมโกลบิล ใช้เวลาเดินยา 2.5 –5 มิลลิลิตรต่อนาที

5.ยาเบื่อหนู (Zinc phosphide)

การแก้พิษเบื้องต้น

      1.ทำให้ผู้ป่วยอาเจียน (วิธีเดียวกันกับที่กล่าวแล้วข้างต้น)

      2.ให้ดื่มน้ำนม อาจเป็นน้ำสด นมผง หรือนมข้นผสมน้ำ หรือให้ดื่มน้ำข้าวจำนวนมาก หรือให้กินผงถ่านบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำครึ่งแก้ว

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      - ล้างท้องด้วยสารละลายด่างทับทิม (Potassium permanganate) 1 : 5000 แล้วให้มิเนอราลออยล์(Mineral oil) จำนวน 100-200 ลิตร

      6.สารหนู (Arsenic)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      - เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่ได้รับยาเบื่อหนู

      การบำบัดรักษาทางการแพทย์

      - ทำให้อาเจียนหรือล้างท้องด้วยสารละลายโซเดียมไบคาร์บอเนต 5 % แล้วฉีดไดเมอร์คาปรอล (Dimercaprol) 10% ในน้ำมัน เข้ากล้ามเนื้อเท่านั้น ถ้าความเป็นพิษรุนแรง ฉีดไดเมอร์คาปรอล 3 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักหนึ่งกิโลกรัม วันที่ 1 และ 2 ฉีดทุก 4 ชั่วโมง และวันที่ 3 ฉีดทุก 6 ชั่วโมง และวันที่ 4 ฉีดวันละ 2 ครั้ง จนคนไข้มีอาการปกติ ถ้าความเป็นพิษอย่างอ่อน ฉีดไดเมอร์คาปรอล 2.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม วันที่ 1 และ 2 ฉีดทุก 4 ชั่วโมง 4 ครั้ง วันที่ 3 ฉีด 2 ครั้ง วันที่ 4 และวันต่อๆไป ฉีดวันละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลา 10 วัน จนคนไข้มีอาการปกติ


      7.สารเคมีกำจัดแมลงที่มีสารฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบ (Organophosphate insecticides)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      1.รีบนำผู้ป่วยออกจากบริเวณที่มีวัตถุมีพิษนั้นพักผ่อนในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หากหายใจขัดให้ใช้เครื่องช่วยหายใจทันที

      2.หากเข้าปาก รีบทำให้อาเจียน

      3.หากสัมผัสผิวหนัง รีบล้างออกด้วยสบู่ และน้ำจำนวนมากๆ ถ้าเข้าตาต้องล้างด้วยน้ำมากๆ หากเปื้อนเสื้อผ้า รีบเปลี่ยนใหม่ทันที

      4.หากมีอาการรุนแรง รีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที พร้อมภาชนะบรรจุและฉลากวัตถุมีพิษนั้น

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      1.ให้อะโทรปีน ซัลเฟต (Atropine sulfate) ครั้งแรก 2-4 มิลลิกรัมเข้ากล้ามเนื้อ หรือเส้นโลหิต และให้อีก 2 มิลลิกรัม ทุกๆ 30-60 นาที จนกว่าคนไข้มีอาการดีขึ้น

      2.ให้ 2-แพม (2-PAM) ควบคู่ไปกับอะโทรปีน ซัลเฟต โดยให้ 1 กรัม ฉีดเข้าเส้นโลหิตโดยผสมน้ำเกลือ (Normal saline) และใช้ระยะเวลาเดินยาช้ามาก ขนาดของ 2-แพม อาจให้มากกว่านี้ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้น

      3.หากมีน้ำมูก และเสมหะ ให้ใช้เครื่องดูด

      4.หากได้รับทางปากให้กินถ่านดูด (Activated charcoal) และให้ยาถ่ายพวก Saline cathartic (ห้ามให้ Fat หรือ Oil) ล้างทางเดินอาหารด้วยแมนมิทอล (Manital) 20 % จำนวน 200 มิลลิลิตร

      8.สารเคมีกำจัดแมลงที่มีคลอรีนเป็นองค์ประกอบ (Chlorinated hydrocarbon insectides)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      - การแก้พิษเช่นเดียวกับในผู้ป่วยที่ได้รับสารเคมีกำจัดแมลงที่มีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบ

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      1.หากได้รับทางปากให้กินถ่านดูด (Activated charcoal) แล้วให้ยาถ่ายพวก Saline cathartic (ห้ามให้ Fat หรือ Oil)

      2.ล้างทางเดินอาหารด้วยแมนนิทอล 20 % จำนวน 200 มิลลิลิตร

      3.ให้การักษาตามอาการพิษ

      9.สารเคมีกำจัดแมลงประเภทคาร์บาเมท (Carbamates)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      - การแก้พิษเช่นเดียวกับในผู้ป่วยที่ได้รับสารเคมีกำจัดแมลงที่มีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบ

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      - ให้อะโทรปีน ซัลเฟต 1-4 มิลลิกรัม เข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นโลหิตแล้วให้อีกทุกๆ 15-60 นาที หลายๆชั่วโมง และสังเกตว่า ถ้ามีน้ำลายและเสมหะมาก ห้ามให้ 2-แพม ในรายที่ไดัรับคาร์บาเมท

      10.สารเคมีกำจัดวัชพืชชนิดพาราควอท (Paraquat)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      1.หากเข้าทางปาก ให้กินผงถ่านบดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำครึ่งแก้ว

      2.หากสัมผัสทางผิวหนังรีบล้างออกด้วยน้ำสบู่และน้ำจำนวนมากๆ ถ้าเข้าตาต้องล้างด้วยน้ำจำนวนมาก หากเปื้อนเสื้อผ้า รีบเปลี่ยนใหม่ทันที

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      1.ให้กิน Fuller’s earth solution 15% จำนวน 1 ลิตร หรือให้กิน Bentonite 7% ในน้ำเกลือ 200-500 มิลลิลิตร ทุกๆ 2 ชั่วโมง ในวันแรกและทุก 4 ชั่วโมง ในวันที่ 2

      2.ให้ Saturated magnesium salt เป็นยาระบาย (ไม่ผสมใน Bentonite)

      11.ยาแก้ปวดแอสไพริน หรือ ซาลิซิเลท (Salicylates)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      1.ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำนมหรือน้ำข้าว แล้วทำให้อาเจียน

      2.กินผงฟู (โซดาทำขนมปัง) 1 ช้อนชา ในน้ำอุ่น 1 ถ้วยแก้ว

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      1.ล้างท้องด้วยน้ำอุ่นซึ่งประกอบด้วยถ่านดูดจำนวน 2-4 ลิตร ตามด้วยโซเดียมไบคาร์บอเนท 5 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 500 มิลลิลิตร แล้วให้ Saline cathartic

      2.ให้สารละลายเด็กซ์โตรส 5% ฉีดเข้าเส้นโลหิต

      3.แก้การขาดไบคาร์บอเนท (Bicarbonate) และโปแตสเซียม ด้วยการกินสารละลายโซเดียมไบคสร์บอเนต 7.5% 3-5 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม หรือฉีดเข้าเส้นโลหิตโดยทำให้เจือจางด้วยเด็กซ์โตรส 5% ระยะเวลาให้ยาประมาณ 2-4 ชั่วโมง

      4.รักษาอาการช็อค ด้วยการให้เลือด หรือ พลาสมา

      12.สารสตริคนิน (Strychnine)

      การแก้พิษเบื้องต้น

      1.ให้กินน้ำนมหรือน้ำข้าว 1 แก้ว หรือผงถ่านผสมน้ำ

      2.ทำให้อาเจียน ในคนไข้ที่ไม่ชัก

      3.รีบนำส่งแพทย์ทันที

      การบำบัดรักษาด้านการแพทย์

      1.ล้างท้องด้วยน้ำ ซึ่งประกอบด้วยถ่านดูดจำนวน 2-4 ลิตร

      2.ให้ เอโมบาร์บิทาล โซเดียม 0.5 กรัม ละลายน้ำ 10-20 มิลลิลิตร เข้าเส้นโลหิตอย่างช้าๆ ถ้าให้กินยาให้ขนาดสูงถึง 5 เท่า ของขนาดยาที่ทำให้หลับ ถ้าจำเป็นอาจให้ยาซ้ำใน 30 นาที

      3.ควบคุมการชักด้วย ซัคซินิลโคลีน (Succinyl choline)โดยให้ 10-50 มิลลิกรัม ฉีดเข้าเส้นโลหิตอย่างช้าๆ ให้ออกซิเจน หรือใช้เครื่องช่วยหายใจ

      4.ฉีดไดอะซีแพม (Diazepam) เข้าเส้นโลหิต และให้ฉีดซ้ำทุก 30 นาที จะได้ผลดี

ที่มา: หนังสือความรู้สิ่งเป็นพิษ ตอนที่1และ2 พ.ศ.2535 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หน้าที่ 29-36.