..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
โรควัวบ้า
 สายหยุด ประเสริฐวิทย์
 

      โรควัวบ้า [Mad cow disease หรือ Bovine Spongiform Encephalopathy (BSE)] คือโรคที่ทำให้เกิดผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เซลล์สมองถูกทำลาย และ มีลักษณะพรุน คล้ายฟองน้ำ (Sponge) โรคนี้เป็นโรคติดต่อ ที่เกิดขึ้นในสัตว์ประเภทวัว (Bovine) เป็นอันตรายถึงชีวิต สมมติฐานของการเกิดโรคนี้คือ สมองถูกทำลาย ด้วยสารโปรตีนที่ไม่ปกติ ที่เรียกว่าพรีออน (Prion) โดยวัวที่ป่วยเป็นโรคนี้ จะแสดงอาการทางระบบประสาท ได้แก่ อาการกลัว บ้าคลั่ง ตื่นเต้นเกินเหตุเมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ นิสัยเปลี่ยนไป ยืนไม่มั่นคง เสียการทรงตัว มีอาการอัมพาต น้ำหนักตัวลด ฯลฯ ซึ่งอาจจะแสดงอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ขึ้นกับ ระยะเวลาของการเกิดโรค แต่จะพัฒนาไปในทางที่รุนแรง ระยะเวลา ตั้งแต่เริ่มแสดงอาการ จนถึงตาย กินระยะเวลาตั้งแต่ 1 สัปดาห์ จนถึงหลายเดือน

      การแพร่ระบาดของโรควัวบ้า สันนิษฐานว่า เกิดจากการนำซากเนื้อ และกระดูกป่นของแพะ และ แกะที่เป็นโรคสเครพปี้ (Scrapie) ไปผสมในอาหารสัตว์ โรคสเครพปี้เป็นโรคที่ มีผลต่อระบบประสาท แบบเดียวกับโรควัวบ้า การได้รับอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนในฤดูหนาว เป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากในฤดูหนาว หญ้าที่ใช้เลี้ยงสัตว์ไม่มีคุณภาพ และยังไม่มีหลักฐานการแพร่เชื้อโดยตรง ระหว่างวัวที่ป่วยไปยังวัวตัวอื่น ส่วนอัตราการติดต่อ จากแม่วัวที่ป่วยไปสู่ลูกวัวประมาณ 9%

      หลังจากมีรายงาน การเกิดโรควัวบ้าที่ ประเทศอังกฤษเดือนพฤศจิกายน 2539 ก็มีรายงายการเกิดโรควัวบ้ามาตลอด ซึ่งมีการแก้ไขปัญหา โดยการฆ่าวัวจำนวนนับแสน เพื่อหยุดการระบาดของโรค ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อภาคปศุสัตว์ของประเทศอังกฤษ เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบโรควัวบ้าในประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรป ได้แก่ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศษ ลิกเตนสไตล์ ลักซักเบอร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส เดนมาร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน สเปน เบลเยี่ยม และอิตาลี จนดูเหมือนว่าจะลุกลามไปเกือบทั่วทุกประเทศในยุโรป

      ในส่วนของประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณุสข ประกาศสั่งห้ามนำเข้า หรือ จำหน่ายเนื้อวัว และ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากวัว ซึ่งมีแหล่งกำเนิด จากประเทศที่มีความเสี่ยงจากโรควัวบ้าจำนวน 13 ประเทศดังกล่าว ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 216) พ.ศ.2544 ซึ่งผู้บริโภคควรอ่านฉลากให้ถี่ถ้วน และระมัดระวัง อย่าซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาบริโภค เนื่องจากความร้อนจากการปรุงอาหาร ไม่สามารถทำลายสารที่ก่อให้เกิดโรควัวบ้าได้

      เนื้อเยื่อสมอง ไขสันหลัง ลำไส้เล็ก ไขกระดูก ปมประสาทที่กระดูกสันหลัง และจอภาพของตา เป็นแหล่งที่พบสาร ที่ก่อให้เกิดโรควัวบ้า จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมีหลักฐานทางวิชาการที่เชื่อถือได้ เมื่อเดือนธันวาคม 2543 ยืนยันว่านมและผลิตภัณฑ์นมมีความปลอดภัย และ ประเทศต่างๆทั่วโลกก็ไม่ได้ห้ามมีการนำเข้าจำหน่ายนม และผลิตภัณฑ์นม จากประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากโรควัวบ้าอย่างใด

      สำหรับการติดต่อจากวัวมายังคนนั้น ยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากอาหาร การตรวจวิเคราะห์เพื่อวินิจฉัยโรค สามารถตรวจพบ หลังจากการฟักตัวของโรคเท่านั้น คือเมื่อวัวเริ่มมีอาการปรากฏ โดยดูจากอาการป่วยที่แสดงออก และยืนยันจากซาก ด้วยวิธีตรวจสมอง และระบบประสาทส่วนกลาง เพื่อตรวจหารอยโรคที่เป็นลักษณะเฉพาะ ได้แก่ การตรวจทางจุลทรรศน์อิเล็คตรอน เพื่อตรวจหายีนโปรตีนพรีออน (Prion protein gene) ที่เป็นสาเหตุของโรค


ที่มา : ความรู้เกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษ ตอนที่ 15 พ.ศ. 2544 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข.