..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
สารเคมีกำจัดแมลง

กิจชัย ศิริวัฒน์
ฝ่ายพิษวิทยาและชีวเคมี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย

 

ที่มา : ความรู้เกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษ ตอนที่ 4 พ.ศ.2533
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หน้า 1-11.

      ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงอย่างแพร่หลาย ซึ่งผลกระทบจากการใช้สารเคมีกำจัดแมลงมีมาก อาจตกค้างในพืชที่เป็นอาหารและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ซึ่งไม่เข้าใจถึงพิษและวิธีใช้ดีพอ การศึกษาชนิดและวิธีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงให้เข้าใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ

1. รูปแบบของสารเคมีกำจัดแมลง

      สารเคมีกำจัดแมลงส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปน้ำมันซึ่งไม่ละลายน้ำ บางชนิดก็ละลายได้แต่มีพิษสูงเกินไป จึงมีการผสมสารเคมีกำจัดแมลงในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมและสะดวกในการใช้ ได้ 8 ชนิดดังต่อไปนี้

      1.1 แบบผงผสมน้ำ มีชื่อย่อ WDP หรือ WP ติดมากับภาชนะที่บรรจุ สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์และสารพาหะหรือสารที่ทำให้เจือจาง ซึ่งได้แก่ผงดินขาว แป้งฝุ่น หรือสารอื่นที่เหมาะสมซึ่งจะช่วยให้ใบเปียกง่ายและช่วยในการกระจายตัว

      1.2 แบบน้ำมัน มีชื่อย่อ EC ติดมากับภาชนะที่บรรจุ สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์กับตัวทำละลายที่ไม่สามารถเข้ากับน้ำได้ ต่อมามีการเติมสาร emulsifier เพื่อช่วยให้สารออกฤทธิ์ผสมกับน้ำได้และยังช่วยให้เกาะใบพืช หรือติดตัวแมลงได้ดี เวลาใช้นำไปผสมกับน้ำให้ได้ความเข้มข้นตามต้องการ จะได้ส่วนผสมสีขาวขุ่นสารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้มีใช้แพร่หลายที่สุด

      1.3 แบบน้ำเข้มข้นหรือน้ำ มีชื่อย่อ SC, WSC, SCW หรือ LC ติดมากับภาชนะที่บรรจุ สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์และตัวทำละลายที่ผสมน้ำได้ ไม่มี emulsifier เวลาผสมน้ำแล้วจะไม่มีสีขาวขุ่น

      1.4 แบบน้ำเข้มข้นแขวนลอยหรือน้ำข้น มีชื่อย่อ F หรือ FL ติดมากับภาชนะที่บรรจุ สารเคมีจำกัดแมลงแบบนี้ทำได้โดยบดสารออกฤทธิ์กับพาหะ เช่น ผงดินขาวแล้วนำส่วนผสมที่ไม่ออกฤทธิ์ เช่น น้ำมาผสม มีลักษณะคล้ายกับสารเคมีกำจัดแมลงแบบผงผสมน้ำเวลาใช้นำมาใส่น้ำลงไปแล้วคนให้เข้ากัน สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ใช้สะดวกและละลายน้ำได้ดีกว่าแบบผสมน้ำ

      1.5 แบบผงละลายน้ำ มีชื่อย่อ WSP หรื SP ติดมากับภาชนะที่บรรจุ สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ ผลิตออกมาในรูปเม็ดหรือเกล็ด สามารถละลายน้ำได้ทันที อาจมีการเติมสารช่วยเกาะพื้นผิว สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ละลายน้ำได้ง่ายและไม่ตกตะกอนแต่เมื่อเก็บไว้นานๆ จะดูดความชื้น มักจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง

      1.6 แบบผงฝุ่น มีชื่อย่อ D ติดมากับภาชนะที่บรรจุ สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ ผลิตโดยนำสารออกฤทธิ์มาบดละเอียดแล้วผสมกับผงของสารไม่ออกฤทธิ์ เช่น ผงทัลค์และเบนโธไนท์ ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้จะทำให้เปอร์เซนต์ของสารออกฤทธิ์ลดลง สามารถใช้พ่นด้วยเครื่องพ่นผงได้ทันที มักใช้ในแหล่งที่ขาดน้ำ ข้อเสียเวลาใช้มีการฟุ้ง กระจาย

      1.7 แบบเม็ด มีชื่อย่อ G ติดมากับภาชนะที่บรรจุ สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้คล้ายกับแบบผง แต่มีขนาดใหญ่กว่า ส่วนประกอบได้แก่สารออกฤทธิ์และสารพาหะหรือสารที่ทำให้เจือจาง เช่น ทราย สารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ ใช้ได้ทันที โดยใช้ทางดินเท่านั้น ซึ่งจะออกฤทธิ์ซึมขึ้นไปทางระบบราก ห้ามนำไปละลายน้ำ เพราะนอกจากละลายยากแล้วยังมีอันตรายสูง

1.8 แบบยู แอล วี มีชื่อย่อ ULV ติดมากับภาชนะที่บรรจุสารเคมีกำจัดแมลงแบบนี้ ประกอบด้วยสารออกฤทธิ์ ผสมกับน้ำมันที่มีความหนืดและอัตราการระเหยต่ำเวลาใช้ต้องใช้กับเครื่องพ่น ยู แอส วี เท่านั้น

 

2. ข้อควรปฏิบัติในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

2.1 อ่านฉลากกำกับโดยตลอดให้เข้าใจก่อนใช้ และต้องปฏิบัติตามคำเตือนและข้อระวังโดยเคร่งครัด
2.2 การผสมสารเคมีกำจัดศัตรูพืช อย่าใช้มือผสมให้ใช้ไม้กวนหรือคลุกยาให้เข้ากัน
2.3 ถ้าหัวฉีดอุดตันอย่าใช้ปากเป่าหรือดูด ให้ใช้ลวดเล็กๆ เขี่ยสิ่งอุดตันออกหรือเปลี่ยนหัวฉีดใหม่
2.4 ก่อนฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชควรแต่งตัวให้มิดชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกละออง
2.5 ขณะฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ควรอยู่เหนือลม และหยุดฉีดเมื่อลมแรง
2.6 อย่าสูบบุหรี่หรือรับประทานอาหาร ขณะใช้วัตถุมีพิษ
2.7 อย่าล้างภาชนะบรรจุหรืออุปกรณ์เครื่องพ่น ลงไปทางน้ำ เช่น บ่อ คลอง ฯลฯ
2.8 เมื่อเสร็จการใช้วัตถุมีพิษแล้ว ให้ถอดเสื้อผ้าที่ใส่ออกซักและอาบน้ำให้สะอาด
2.9 หยุดฉีดพ่นวัตถุมีพิษตามกำหนด ก่อนเก็บเกี่ยวพืช ตามที่ระบุในฉลาก
2.10 ถ้ารู้สึกไม่สบาย ให้หยุดฉีดพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทันทีและรีบไปพบแพทย์พร้อมภาชนะบรรจุและฉลาก
2.11 เก็บวัตถุมีพิษไว้ในภาชนะเดิมเท่านั้น อย่าถ่ายภาชนะโดยเด็ดขาด
2.12 เก็บวัตถุมิพิษไว้ในที่ปลอดภัย ห่างจากเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหารและเปลวไฟ
2.13 ภาชนะบรรจุวัตถุมีพิษเมื่อใช้หมดแล้ว ให้ทำลายและฝังดินเสีย

 

3. ชนิดของสารเคมีกำจัดแมลง

แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 4 กลุ่มดังนี้

3.1 คาร์บาเมท
3.2 ออร์กาโนฟอสเฟต
3.3 คลอริเนตเตต ไฮโดรฮาร์บอน
3.4 พัยริธรัม

 

กลุ่มที่ 1 คาร์บาเมท

      รูปแบบส่วนใหญ่ของกลุ่มนี้ เป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอ็นชัยม์โฆลีนเอสเตอเรสแบบชั่วคราวระยะเวลาออกฤทธิ์สั้น และสลายตัวได้เร็ว ทำให้ความเป็นพิษลดลง เมื่อได้รับทางปาก ผิวหนังและสูดดมจะมีอาการ มึนงง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย กระวนกระวาย ม่านตาหรี่ คลื่นไส้ อาเจียน น้ำตาและน้ำลายไหล เหงื่อออกมาก ปวดท้องเกร็ง ชีพจรเต้นช้า กล้ามเนื้อเกร็ง

การรักษา

      ใช้อะโธรปีน ซัลเฟต 2-4 มิลลิกรัม ฉีดเป็นระยะทุกๆ 10-15 นาที จนกระทั่งผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ไม่ต้องใช้สารพวก oxime เช่น 2-PAM สารเคมีกำจัดแมลงประเภทคาร์บาเมทที่มีจำหน่าย เช่น

สารเคมีกำจัดแมลงประเภทคาร์บาเมท

ชื่อสามัญ
ชื่อการค้า
ความเป็นพิษ LD50 (mg/kg)
ออลดิคาร์บ
(aldicarb)
เทมมิค 10% จี
7
เบนดิโอคาร์บ
(bendiocarb)
พีแคบ
40-120
เบนฟูราคาร์บ
(benfuracarb)
ออนโคล
138
บี พี เอ็ม ซี
(B P M C)
นาซิน
ไบขาบ 500 อีซี
410
คาร์บาริล
(carbaryl)
เซพวิน 50
เอส 85
500-850
คาร์โบฟูแรน
(carbofuran)
ฟูราดาน 3 จี และ 5 จี คูราแทร์
11
เมทธีโอคาร์บ
(methiocarb)
เมซูโรล
ไบโซล
15-35
เมทโธมิล
(methomyl)

แลนเนท
นิวดริน

17-24
เอ็ม ไอ พี ซี
(M I P C)
โมแซท
ท๊อกซิน
485
เอ็ม ที เอ็ม ซี
(M T N C)
ซูมาไซด์
286
อ๊อกซามิล
(oxamyl)
ไวย์เดทแอล
อ๊อกซามิล
5.4
โปรมีคาร์บ
(promecarb)
คาร์บามัลท์
74 - 90
โปร์โพเซอร์
(propoxur)
ไบกอน
อุนเด็น
95 - 104
ไธโอดิคาร์บ
(thiodicarb)
ลาร์ วิน
192

 

กลุ่มที่ 2 ออร์กาโนฟอสเฟต

      รูปแบบส่วนใหญ่ของกลุ่มนี้ เป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่มีฟอสฟอรัสเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอ็นซัยม์ โฆลีนเอสเตอเรสแบบถาวร เมื่อได้รับทั้งทางปาก ผิวหนัง และสูดดม จะมีอาการคลื่นไส้ วิงเวียนอ่อนเฉลีย กล้ามเนื้อหดตัวเป็นหย่อมๆ แน่นหน้าอก อาเจียน ท้องเดิน ตาพร่า น้ำลายออกมากกว่าปกติ อาการพิษรุนแรงจะหมดสติ น้ำลายฟูมปาก อุจจาระ ปัสสาวะราด ชัก หายใจลำบาก และหยุดหายใจ


การรักษา

      ใช้อะโธรปีน ซัลเฟต ร่วมกับ 2 PAM หรือสารประกอบ oxime อื่นๆ ห้ามให้พวก morphine, theophylline, barbiturate, phenothiazines และ respiratory depresssant อื่นๆ

 

สารเคมีกำจัดแมลงประเภทออร์กาโนฟอสเฟตที่จำหน่ายมีดังนี้

ชื่อสามัญ
ชื่อการค้า
ความเป็นพิษ
LD50 (mg/kg)
อะซีเฟต
(acephate)
ออธีน 75 เอสพี
อะซีเฟต
866 - 945
อะซินฟอส - เมทธิล
(azinphos - methyl)
กูไธออน
5 - 20
คาร์โบพีโนไธออน
(carbophenothion)
ไตรไธออน 4 อี
จีอราไมท์ 2 อี
6.8 - 36.9
คลอร์เฟนวินฟอส
(chlorfenvinphos)
เบอร์เลน 24 อีซี และ 10 จี
ซาฟิครอน 10 จี
10 - 30
คลอร์ไพริฟอส
(chlorpyrifos)
ลอร์สแบน
คลอร์ดิน
97 - 276
คูมาฟอส
(coumaphos)
โครอล
อะซุนโทล
56 - 230
ไซอาโนโฟนฟอส
(cyanofenphos)
ชัวไซด์
89
ดีมีตอน
(demeton)
ซีสทอก
2.5 -12
ไดอะซินอน
(diazinon)
พาโตฟูดอน 3 จี
300 - 400
ไดคลอวอส
(divhlovos)
วาโปน่า
ดีดีวีพี
56 - 80
ไดโครโตฟอส
(dicrotophos)
ไบดริน 24 อีซี
คาร์ไบครอน 24 และ 50
22
ไดเมทโธเอท
(dimethoate)
คาบาเมท 40
รอกซิน
215
ไดซันโฟตัน
(disulfoton)
ไดซินตอน
โชวิเร็กซ์
2 - 12
อี พี เอ็น
(EPN)
คูมิฟอส
ซันฟอส
26
อีทริมฟอส
(etrimfos)
อีคาเม็ท 50
1,800
เฟนิโตรไธออน
(fenitrothion)
ซูมิไธออน
โฟลิไธออน
800
เฟนไธออน
(fenthion)
เลไบซิด
ทิกูวอน
255 - 298
เฟนวาเลอเรท
(fenvalerate)
ซูมิไซดิน
ซูมิ 35
451
ฟอร์โมไธออน
(formothion)
แอนธิโอ
365 - 500
ไอโซซาไธออน
(isoxathion)
คาร์ฟอส
คาร์ไธออน
112
มาลาไธออน
(malathion)
มาลาเฟซ
มาลาท๊อกซ
1,000
มาธามิโดฟอส
(methamidophos)
พามาโกร
โมนิเตอร์ เอฟ 5
19 -21
เมทธิดาไธออน
(methidathion)
ซูปราไซด์
44
มีวินฟอส
(methidathion)
ไซฟอส
ฟอสดริน
37 - 12
โมโนโครโตฟอส
(monocrotophos)
อโซดริน
โมฟอส
8 - 23
นาเลด
(naled)
โบรโกร
นาบรอม
430
โอมีโธเอท
(omethoate)
โฟลิเมท
ลิมาเอท
50
ออกซิดีมีตอน-เมทธิล
(oxydemeton-methyl)
เมตาซิลตอกซ์-อาร์
65 - 75
พาราไธออน
(parathion)
โฟลิคอล
โซมาดิล
4 - 13
เฟนโธเอท
(phenthoate)
ไดนาฟอส
เอลโคซา
439
โฟเรท
(phorate)
ไทเมท
2.4
ฟอสซาโลน
(ghosalone)
โซโลน
120 - 170
ฟอสเมท
(ghosmet)
อิมิดาน
พาราเคน
147 - 316
ฟอสฟามิดอน
(ghosphamidon)
ไมดอน
อาพามิดอน
17 - 30
ฟอกซิม
(ghoxim)
โวลาตัน
ไบไธออน
1.845
ไพริมิฟอส - เมทธิล
(pirimiphos - methyl)
แอคเทลลิก
มากกว่า 2,000
โปรพีโนฟอส
(prothiphos)
คูราครอน
ซีลีครอน
400
โปรไธโอฟอส
(prothiophos)
โตกูไธออน
925 - 966
โปรโธเอท
(prothoate)
แฟค
8
ควินนัลฟอส
(quinalphos)
ไปรซิล
71
ซัลโปรฟอส
(sulprofos)
โบลสตาร์
107
ไตรอะโซฟอส
(triazophos)
ฮอสตาไธออน
64
ไตรคลอร์ฟอน
(trichlofon)
ดิพเทอร์เร็กซ์
พร๊อกซอล
150 - 400

 

กลุ่ม 3 คลอริเนตเตด ไฮโดรคาร์บอน (chlorinated hydrocarbon compound)

      เป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่มีคลอรีน เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ กลไกออกฤทธิ์ยังไม่ทราบชัด อาการพิษเฉียบพลัน มีพิษต่อระบบประสาทส่วนกลาง ผู้ป่วยจะแสดงอาการไวต่อสิ่งเร้ามาก กระวนกระวาย เวียนศีรษะ เสียการทรงตัว บางครั้งมีการชักเกร็ง คล้ายกับได้สารสตริกนิน ผู้ป่วยอาจตายด้วยระบบหายใจล้มเหลว ไม่นิยมใช้เพราะมีความคงทนในสภาวะแวดล้อมสูงทำให้เกิดพิษตกค้างมาก

การรักษา

      ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะรักษาตามอาการสำหรับรายที่มีอาการหนักแก้ด้วยบาร์บิทุเรตชนิดออกฤทธิ์สั้น หรือไดอะซีแพม ห้ามให้ยาพวก stimulants เช่น epinephrine

 

สารเคมีกำจัดแมลงประเภทคลอรินเนตเตด ไฮโดรคาร์บอน ที่มีจำหน่ายมีดังนี้

ชื่อสามัญ
ชื่อการค้า
ความเป็นพิษ LD50 (mg/kg)
ออลดริน
(aldrin)
ออลเดร็กซ
ออลดริน
67
คลอร์เดน
(chlordane)
คลอเดน
เทอร์ราซิด
367 - 515
ดีลดริน
(dieldrin)
ดิลเดร็กซ์
ดิลไซด์
46
เอ็นโดซัลแฟน
(endosulfan)
ธิโอดาน
เมโทรดาน
30 - 100
เอ็นดริน
endrin
เอ็นเดร็กซ์
7 - 15
เฮพตาคลอร์
(heptachlor)
อาลามอน
เฮบตาไซด์
147 - 220
ลินเดน
(lindane)
อาร์ซาแกม
ซอนดาแกม
88 -125

 

กลุ่มที่ 4 พัยรีธรัม (Pyrethrum)

      เป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่มีในธรรมชาติ สกัดได้จากดอกไม้ตระกูลเบญจมาศบางชนิด (Chrysanthemum sp.) มีประสิทธิภาพทำให้แมลงร่วงหล่นเร็ว (Knock down) มีพิษต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่ำเนื่องจากคุณสมบัติดังกล่าวจึงมีการสังเคราะห์สารเลียนแบบพัยรีธรัม เรียกว่า พัยรีธรอยด์ (Pyrethroids) เช่น Allerthrin, Tetramethrin เป็นต้น การออกฤทธิ์โดยตรงที่เซลล์ประสาทในรายที่ได้รับเข้าไปจำนวนมาก จะทำให้เกิดการชักกระดุก และเป็นอัมพาต อันตรายอาจเกิดจากตัวทำละลาย เช่น น้ำมันก๊าด ซึ่งมีพิษมากกว่าพัยรีธรัม

 

การรักษา

      ล้างกระเพาะอาหาร ด้วย 5% sodium bicarbonate แล้วสังเกตุอาการต่อไปอาจให้ diazepam เพื่อแก้อาการซัก ถ้าผู้ป่วยหายใจไม่ออก ให้ออกซิเจนและอะโธรปีนซัลเฟต

 

สารเคมีกำจัดแมลงประเภทพัยริธรัม ที่มีจำหน่ายดังนี้

ชื่อสามัญ
ชื่อการค้า
ความเป็นพิษ
LD50 (mg/kg)
ไซเปอร์มีทริน
(cypermethrin)
ริพคอร์ด
ซิมบุช
4,123
ดีคามีธรินหรือเดลตามีธริน
(decamethrin or deltamethrin)
เดก้า
เดซิส
128.5-138.7
เปอร์มีธริน
(permethrin)
แอมบุซ
พีราทรอยด์
มากกว่า 4,000

LD50 (Lethal dose) หมายถึง ค่าเฉลี่ยโดยวิธีวัดสถิติของวัตถุมีพิษ ที่ทำให้สัตว์ทดลองที่กินตายลงครึ่งหนึ่ง

ถ้า LD50 = 5 - 50 มิลลิกรัม / กิโลกรัม จัดว่าเป็นวัตถุมีพิษร้ายแรง
50 - 50 มิลลิกรัม / กิโลกรัม จัดว่าเป็นวัตถุมีพิษปานกลาง
500 - 1,000 มิลลิกรัม / กิโลกรัม จัดว่าเป็นวัตถุมีพิษน้อย

เอกสารอ้างอิง

  1. พาลาภ สิงหเสนี พิษของยาฆ่าแมลงต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2529
  2. กองวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช 2525
  3. วิทูร อัตนโถและไพโรจน์ อุ่นสมบัติ พิษวิทยาคลินิค ยาปราบศัตรูพืช โครงการตำราศิริราช 2529
  4. Klaassen, C.D. et al. Casarett and Doull's Toxicology The Basic Science of Poisons third edition 1986
  5. Dreisbach, R.H., Handbook of Poisoning tenth edition 1980