..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
การใช้สารเคมีกำจัดแมลงในบ้านเรือน

น.ส. ลักษณา ลือประเสริฐ*
นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ 7 หัวหน้าฝ่ายพิษวิทยา ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ชลบุรี 59/2 ม.3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุร

ที่มา : หนังสือความรู้เกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษ ตอนที่ 1, 2
กลุ่มพิษวิทยาและชีวเคมี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

         ปัจจุบันมีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงในบ้านเรือนกันอย่างแพร่หลาย ประชาชนมักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ จากการโฆษณาทางวิทยุ โทรทัศน์ หรือจากคำบอกเล่าซึ่งอาจทำให้เลือกและใช้สารดังกล่าวไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงควรศึกษาผลิตภัณฑ์และวิธีใช้สารเคมีกำจัดแมลงในบ้านเรือน ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วยสารที่สำคัญ 4 ประเภทคือ

        1. ประเภทออกาโนฟอสเฟต (organophosphate insecticides) เช่น ไดคลอวอส (dichlorvos or DDVP)
        2. ประเภทคลอริเนตเตด ไฮโดรคาร์บอน (chlorinated hydrocarbon insecticides) เช่น ลินเดน (lindance)
        3. ประเภทคาร์บาเมต (carbamate insecticides) เช่น โปรปอกเซอร์ (propoxur)
        4. ประเภทไพเรทรุม และไพเรทรอยด์ (pyrethrum and pyrethroids) เช่น ไบโออัลเลทริน (bioallethrin)

        สารเคมีกำจัดแมลงทั้ง 4 ประเภทนี้เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์ จึงควรศึกษาพิษของสารเคมีดังกล่าว ซึ่งมีอาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

        ก. ประเภทออกาโนฟอสเฟต เมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทาน สูดดม หรือทางผิวหนัง ทำให้เกิดอาการพิษต่าง ๆ คือ

        1. กระตุ้นประสาท ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในระยะแรก คือมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เหงื่อออกแน่นบริเวณลิ้นปี่และยอดอก ถ้าอาการรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเกิดจากรับประทาน จะทำให้ปวดท้อง ท้องเดิน น้ำลายฟูมปาก น้ำตาไหล น้ำมูกไหล ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ โดยกลั้นไม่อยู่หลอดลมมีเสมหะมาก หายใจหอบ หลอดลมตีบ หน้าเขียวคล้ำ ถ้าพิษรุนแรงมากอาจหยุดหายใจและถึงตายได้

        2.กล้ามเนื้อกระดูก จะเห็นได้ชัดที่ลิ้น ตามหน้าและบริเวณคอ

        3. มึนงง ปวดศีรษะ และกระสับกระส่าย ตื่นตกใจง่าย ถ้าอาการรุนแรงอาจชักและหมดสติได้

        ข. ประเภทคลอริเนตเตด ไฮโดรคาร์บอน ประเภทนี้มีข้อเสียหลายประการคือ สลายตัวยาก สะสมได้ดีในไขมัน และแมลงส่วนใหญ่มีความต้านทานต่อสารประเภทนี้ เมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายจะมีอาการพิษคล้ายคลึงกับประเภพออกาโนฟอสเฟต ดังนี้

        1. คลื่นไส้ อาเจียน บางรายอาจมีอุจจาระร่วง
        2. มีอาการชา แสบที่ริมฝีปาก ลิ้น และบางส่วนของใบหน้า
        3. มึนงง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และเมื่อยตามตัว
        4.มีอาการสั่น และกล้ามเนื้อกระตุกเป็นแห่ง ๆ โดยเริ่มต้นที่คอ ศีรษะ และเปลือกตา

        ค. ประเภทคาร์บาเมต ประเภทนี้ทำให้เกิดอาการพิษเช่นเดียวกับประเภทออกาโนฟอสเฟต แต่อันตรายน้อยกว่าเนื่องจากสลายตัวเร็จ ฉะนั้นผู้ที่ได้รับพิษจะมีอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

        ง. ประเภทไพเรทรูม และไพเรทรอยด์ ประเภทนี้ เข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานหรือหายใจ ส่วนทางผิวหนังเข้าได้น้อยมาก แต่อาจเกิดปฎิกิริยาที่ผิวหนังได้อย่างรุนแรง ในรายที่แพ้ การหายใจเข้าไปก็ทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นเดียวกัน จะรู้สึกแน่น อึดอัด หายใจไม่ออก ถ้ากล่าวถึงพิษโดยทั่วไปแล้ว ประเภทนี้มีพิษน้อยที่สุด อาการที่เกิดขึ้นมีดังนี้

        1.ผิวหนังบวมแดง เป็นตุ่มใส คันและมีน้ำเหลือง
        2. อาการเหมือนแพ้เกสรดอกไม้ มีอาการจาม ไอ น้ำมูกไหลมาก หายใจอึดอัด
        3.ถ้าแพ้มาก ผู้ป่วยจะมีอาการชาที่ปาก ลิ้น กล้ามเนื้อกระตุก ชัก ในรายที่รุนแรงอาจหยุดหายใจและถึงตายได้

ข้อแนะนำวิธีใช้

        1. ระหว่างฉีด หรือพ่น ควรหลีกเลี่ยงและป้องกันการสูดหายใจเอาละอองของสารเคมีกำจัดแมลงเข้าไป ถ้าฉีดหรือพ่นขณะมีลม ควรอยู่เหนือลม

        2.หลังจากฉีดหรือพ่น ควรปิดห้องไว้ชั่วระยะหนึ่งเพื่อให้ละอองของสารเคมีกำจัดแมลงที่กระจายอยู่ในบรรยากาศบริเวณนั้นเจือจาง แล้วทำความสะอาดพื้นห้อง เพื่อกำจัดสารที่ตกค้างอยู่ตามพื้น

        3. ควรล้างมือ หน้า หรืออาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าทุกครั้ง หลังจากฉีดหรือพ่นสารเคมีกำจัดแมลง

        4. ระมัดระวังการรินหรือเทสารเคมีกำจัดแมลง เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสทางผิวหนัง ภาชนะบรรจุที่ใช้หมดแล้วควรฝังดิน

        5. อย่าฉีดหรือพ่นในห้องที่มีเด็กอ่อน ผู้ป่วย ในบริเวณที่มีอาหารหรือกำลังประกอบอาหาร และบริเวณที่มีเปลวไฟ

        6. เก็บให้พ้นจากเด็ก สัตว์เลี้ยง อาหาร และห่างจากไฟหรือความร้อน


ตารางที่ 1 ตัวอย่างของผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดแมลงในบ้านเรือนที่มีจำหน่วยในท้องตลาดประเภทออกาโนฟอสเฟตชนิดไดคลอวอส เป็นตัวยาสำคัญชนิดเดียว

ชื่อทางการค้าของผลิตภัณฑ์
ร้อยละของไดคลอวอส
ปริมาณ (มิลลิลิตร) ของผลิตภัณฑ์ที่สัตว์ทดลองกินตายต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
ปริมาณ (มิลลิลิตร) ที่อาจทำให้เด็กกินตาย (คิดจากน้ำหนักเฉลี่ยของเด็ก 25 กิโลกรัม)
เชลล์ทอกซ์ (กระป๋องเหลืองฝาแดง)
0.5
5.6
140

 

ตารางที่ 2 ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีกำจัดแมลงไดคลอวอสเป็นสารสำคัญร่วมกับสารเคมีกำจัดแมลงชนิดอื่น (ต่อ)

ชื่อทางการค้า
ของผลิตภัณฑ์
ร้อยละของ
ไดคลอวอส
ชื่อสารสำคัญอื่นและ
ประมาณเป็นร้อยละ
ความเป็นพิษของสาร
สำคัญอื่นขนาดที่
สัตว์ทดลองกินตาย
(มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม)
ปริมาณ (มิลลิกรัม)
ของผลิตภัณฑ์ที่
สัตว์ทดลองกินตาย
ต่อน้ำหนักตัว
1 กิโลกรัม
ปริมาณ (มิลลิลิตร)
ที่อาจทำให้เด็กกินตาย (คิดต่อน้ำหนักเฉลี่ย
ของเด็กประมาณ
25 กิโลกรัม)
ไบกอนเหลือง
0.5
Tetramethrin 0.3%
-
5.6
140
ไบกอนเขียว
0.5
Propoxur 1%
95
2.8
70
เซลล์ทอกซ์ (กระป๋องสีเขียว)
0.5
Propoxur 1%
11.2
280
เซลล์ทอกซ์ เอส พลัส
0.5
Bioallethrin 0.1%
6.75
169
อาท (กระป๋องสีเขียว)
0.5
Permethrin 0.2%
4,000
11.2
280
  
 
Tetramethrin 0.1%

สูงกว่า 20,000

 
 
  
 
(Neo Pynamin)
  
 
 
อาท (กระป๋องสีทอง)
0.5
Neo Pynamin 0.07%
 
8
200
น้ำยากำจัดแมลงตราหัวไก่
(กระป๋องสีแดง)
0.5
Phthalthrin 0.05%
สูงกว่า 20,000
5.6
140
น้ำยากำจัดแมลงตราหัวไก่
0.5
Fenitrothion 0.2%
500
 
 

       ผลิตภัณฑ์ฆ่าแมลงที่มีไดคลอวอส เป็นสารสำคัญประเภทเดียว หรือมีสารสำคัญอื่นผสมอยู่ด้วย ตามตารางที่ 1 และที่ 2 มีจำนวน 17 ชนิด จากผลิตภัณฑ์ที่สำรวจทั้งหมด จำนวน 34 ชนิด หรือคิดเป็นร้อยละ 50 ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด


ตารางที่ 3 ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีกำจัดแมลงประเภทไพเรทริน และไพเรทรอยด์เป็นสารสำคัญประเภทเดียว

ชื่อทางการค้า
ชื่อสารสำคัญและ
ปริมาณร้อยละ
ความเป็นพิษ
ขนาดที่สัตว์ทดลองกินตาย (มิลลิกรัม/กิโลกรัม)
ปริมาณ (มิลลิลิตร)
ของผลิตภัณฑ์ที่สัตว์ทดลอง
กินตายต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
ปริมาณ (มิลลิลิตร)
ที่อาจทำให้เด็กกินตาย
(คิดจากน้ำหนักเฉลี่ย
ของเด็ก 25 กิโลกรัม)
คินโชตราหัวไก่
Phthalthrin   0.07%
สูงกว่า 20,000
28,750
สูงกว่า 7 แสน
ไบโออัลเลทริน
ฺBioallethrin   –
2,000
-
-
เอส-ไบโออัลเลทริน
 
 
 
 
เลสลิน
 
 
 
 
ไบโอเรสเมทริน
ฺBioresmethrin   –
2,000
-
-
เอส-ไบโอส
 
 
 
 
มอร์ทีน
 
 
 
 
นิวเพิร์ท 2
Pyrethrins   –
500 - 1,000
-
-
ไพราฟ๊อก 200
 
 
 
 


ตารางที่ 4
ผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดแมลงชนิดผงและแท่งจุดกันยุง

ชื่อทางการค้า
ชื่อสารสำคัญและปริมาณร้อยละ
ความเป็นพิษขนาดที่สัตว์ทดลองกินตาย (มิลลิกรัม/กิโลกรัม)

ปริมาณ (มิลลิลิตร) ของผลิตภัณฑ์ที่สัตว์ทดลองกินตายต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

ปริมาณ (มิลลิลิตร) ที่อาจทำให้เด็กกินตาย (คิดจากน้ำหนักเฉลี่ยของเด็ก 25 กิโลกรัม)
ไบแทกซ์ (ชนิดผง)
Fenthion 3
313
10.4
260
ไบโธออน (ชนิดผง)
Phoxin 3
2,000
66.6
1,667
ยาจุดกันยุงไบกอน
Pynamin 0.2
920
383
9,583
ยาจุดกันยุงตรานกอีนทรีย์
Pynamin 0.1
 
 
 

หมายเหตุ ปริมาณที่อาจทำให้เด็กกินตายคิดเฉลี่ยเทียบน้ำหนักจากสัตว์ทดลอง ทั้งนี้ไม่ได้คิดถึง species difference


สรุปและข้อเสนอแนะ

       สารเคมีกำจัดแมลงทั้งสี่ประเภทที่ได้กล่าวข้างต้นนั้น จะเห็นว่าประเภทคลอริเนตเตด ไฮโดรคาร์บอน มีพิษตกค้างนานที่สุด เนื่องจากสลายตัวยากและสะสมได้ดีในส่วนของไขมัน ทั้งแมลงส่วนใหญ่สร้างความต้านทานและดื้อต่อสารนี้ สำหรับสารเคมีกำจัดแมลงประเภทออกาโนฟอสเฟตนั้น แม้สลายตัวได้ง่ายกว่า แต่ก็มีอันตราย และผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่มีขายทั่วไปมีสารเคมีกำจัดแมลงประเภทออกาโนฟอสเฟต ชนิดไดคลอวอส (dichlorvos or DDVP) เป็นสารสำคัญ เพราะสารนี้มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าแมลง ออกฤทธิ์ได้ดีและรวดเร็ว ถ้าถูกผิวหนังก็จะกระจายตัวได้ดีไปตามผนังตัวแมลง สารนี้จะระเหยได้ดีเข้าไปทางรูหายใจและผิวหนังของลำตัวแมลง ส่วนสารเคมีกำจัดแมลงประเภท คาร์บาเมตนั้น มีอันตรายต่อผู้ใช้น้อยกว่า เนื่องจากการออกฤทธิ์รวมตัวกับเอนไซม์ในร่างกายไม่คงทนถาวรแล้ว ตัวมันเองยังสลายตัวได้ง่ายกว่า เมื่อเปรียบเทียบสารเคมีกำจัดแมลงทุกประเภทแล้วจะเห็นว่าประเภทไพเรทรุม และไพเรทรอยด์ มีอันตรายต่อผู้ใช้น้อยที่สุดเป็นสารเคมีกำจัดแมลงที่สลายตัวได้ง่ายที่สุด และเป็นสารที่จัดเข้าประเภทวัตถุมีพิษน้อยหรือปานกลางต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก เมื่อผู้อ่านได้ทราบถึงประสิทธิภาพ อันตรายของสารเคมีกำจัดแมลงประกอบการพิจารณาจากรายงานการสำรวจนี้ การตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงจึงขึ้นกับจุดประสงค์ตามดุลยพินิจของผู้ใช้ถ้าเลือกใช้ตัวยาที่มีพิษ แต่ประสิทธิภาพสูงในการฆ่าแมลงให้ทันใจนั้น ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าแมลงควรระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าขนาดของสารเคมีกำจัดแมลงที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เมื่อฉีดหรือพ่นในบ้านเรือน จะไม่ทำให้เกิดพิษต่อผู้ใช้ แต่ก็ควรปฏิบัติตามข้อแนะนำวิธีการใช้สารเคมีกำจัดแมลงอย่างเคร่งครัด และควรเก็บผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงในที่สูงและปลอดภัย ไกลมือเด็ก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้