..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
“พิษลักษณ์” พืชอันตรายคล้ายโสม เตือนนักขุดไทยสับสน


"พิษลักษณ์"


        กิ่งอำเภอโคกสูงสั่งห้ามขุดโสมไทยในสด๊กก๊อกธมแล้ว หลังชาวบ้านแห่รุมขุดหวั่นกระทบการบูรณะปราสาท ขณะ สธ.เตือนระวังขุดเจอต้นพิษลักษณ์ซึ่งมีพิษ รูปร่างคล้ายต้นโสมไทย

        นายยุทธนา นุชนารถ หัวหน้ากิ่งอำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว กล่าวถึงกรณีมีข่าวชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โคกสูง กิ่ง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว พบโสมไทย ในบริเวณปราสาทสด๊กก๊อกธมว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และอาสาสมัครมัคคุเทศก์ ร่วมกันดูแลไม่ให้มีการขุดเอาต้นโสมไทยดังกล่าวจากบริเวณปราสาทสด๊กก๊อกธม เนื่องจากพบว่าต้นโสมไทยนี้ความจริงมีขึ้นอยู่ทั่วไป แต่ไม่ใช่ขึ้นเป็นดงมากมายเหมือนในปราสาทสด๊กก๊อกธม ขณะนี้มีการบูรณะปราสาทฯ จึงเกรงว่าการขุดต้นโสม อาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการบูรณะปราสาทได้

        ขณะที่ นพ.บุญนำ ชัยวิสุทธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว กล่าวเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการนำต้นโสมไทยมาบริโภค เพราะต้นไม้ดังกล่าวจะมีรากคล้ายกับต้นพิษลักษณ์ ซึ่งบริเวณราก และเมล็ดมีพิษสูง หากรับประทานเข้าไป อาจเกิดอาการปวดท้องเฉียบพลันรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ชีพจรเต้นช้า หายใจติดขัด และเสียชีวิตในที่สุด แม้ว่าบ้านเราจะมีพันธุ์ไม้สมุนไพรอยู่มากมาย มีภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการแพทย์แผนไทย

พิษลักษณ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Phytollacca Americana L.

มีต้นกำเนิดจากบริเวณทวีปอเมริกากลางและใต้ จัดเป็นพืชที่มีพิษ (ทั้งต้น) และพบรายงานพิษในคน และสัตว์ที่กิน หรือสูดดมเข้าไปมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เป็นตะคริวที่ท้อง หรือในรายที่สูดดมเข้าไปจะพบว่าระคายเคืองต่อคอดวงตา บางรายมีผลกดระบบหายใจ

ข้อมูลในการใช้ตามพื้นบ้านมีการใช้เป็นยาระบาย แก้ไขข้ออักเสบ ต้านปรสิต เป็นต้น แต่ไม่ระบุวิธีการใช้ ส่วนสารเคมีในพืชมีหลายชนิด ที่มีรายงานการวิจัยพบว่ามีพิษคือ ซาโปนินแฟรคชั่น จากทั้งต้น เป็นต้น ส่วนสารอื่นๆ คุณคงต้องสืบค้นจากงานวิจัยด้วยตนเอง

ส่วนลักษณะของต้นพืชนี้จากข้อมูลของกองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เป็นพืชใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบสีเขียวอ่อนถึงเขียวปกติ ดอกสีเขียวอ่อน ช่อผลแบบช่อกระจะ สีผิวผลสีม่วงเข้ม แกะดูจะเห็นประมาณ 10 กลีบ ส่วนรากคล้ายหัวออกรากแล้วแตกแขนง 2-3 ง่าม

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ 24 พฤศจิกายน 2548