..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
ออร์กาโนคลอรีน (Organochlorine insecticides)

ออร์กาโนคลอรีน (Organochlorine insecticides)
      เป็นยาฆ่าแมลงสังเคราะห์ เรียกอีกอย่างว่า คลอริเนเตตไฮโดรคาร์บอน (Chlorinated Hydrocarbons) มีธาตุไฮโดรเจน คาร์บอนและคลอรีนเป็นส่วนประกอบ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อย ได้แก่

  1. กลุ่มอนุพันธ์ของคลอริเนเตตอีเทนส์ (Chlorinated Ethane derivatives) รวมถึง ดีดีที และยาฆ่าแมลงอื่นที่มีสูตรใกล้เคียง
  2. กลุ่มไซโคลไดอีนส์ (Cyclodienes) เช่น อัลดรีนและดีลดริน
  3. กลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มเฮกซาคลอโรไซโคลเฮกเซน กลุ่มทอกซาฟิน

การได้รับพิษและกลไกการออกฤทธิ์

      สารพิษกลุ่มนี้มักเจือปนมากับเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะส่วนที่ติดมัน ผลิตผลทางกสิกรรม เช่น นมวัว พืชผักผลไม้ เราอาจได้รับสารพิษกลุ่มนี้โดยการรับประทานอาหาร การใช้ยาฉีดพ่นฆ่าแมลง หรือเจือปนมากับฝุ่นละอองในท้องถิ่นที่มีการใช้สารเหล่านี้ (ปัจจุบันยาฆ่าแมลงกลุ่มนี้บางชนิดห้ามใช้อย่างเด็ดขาด เช่น ดีดีที เอ็นดริน บางชนิดจำกัดการใช้ เช่น อัลดริน ดีลดริน เป็นต้น)

      ยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนคลอรีนนี้ ส่วนใหญ่ละลายได้ดีในไขมันจึงสะสมในอวัยวะที่มีส่วนประกอบไขมันสูง เช่น ตับ ไต ระบบประสาท เลือด น้ำดี ม้าม และต่อมแอดรีนัล เป็นต้น ละลายได้น้อยในน้ำ แต่ถ้าอยู่ในรูปสารละลาย จะดูดซึมได้ดีทางผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วสารจะออกฤทธิ์ต่อเส้นประสาทสั่งการ (motor nerves) เส้นประสาทรับความรู้สึก(sensory nerves) และส่วนมอเตอร์คอร์เทกซ์ (motor cortex) ในสมอง และอาจเหนี่ยวนำให้มีการสร้างเอนไซม์ที่โครโมโซมของตับเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสารเคมีจำนวนมากแตกต่างไปจากระดับปกติ โดยเฉพาะฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ในการสืบพันธุ์และการสร้างตัวอ่อน

      ยาฆ่าแมลงกลุ่มนี้มีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำกว่ากลุ่มอื่น แต่ก่อให้เกิดพิษเรื้อรังในระยะยาว เนื่องจากสลายตัวยาก และสะสมในสิ่งแวดล้อมสูง โดยเฉพาะดีดีที ซึ่งมีราคาถูก มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงสูง ดีดีทีจะแสดงฤทธิ์ค่อนข้างช้า อาการแรกที่มักพบคือ การเคลื่อนไหวไม่ประสานกัน ตามด้วยอาการสั่นทั้งร่างกาย แขนขา พิษเฉียบพลันของดีดีทีผู้ป่วยจะมีอาการชัก ตัวเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน ระบบหายใจอาจล้มเหลวและตายได้ การสูดดมอาจก่อการระคายเคืองต่อปอด ส่วนพิษเรื้อรังจะมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักลด เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าตามร่างกาย ส่วนกลุ่มไซโคลไดอีนส์ เป็นสารพิษต่อระบบประสาทเช่นกัน พิษเฉียบพลันอาการคล้ายกับดีดีที แต่มีอาการชักร่วมด้วย ส่วนพิษเรื้อรังอาจก่อให้เกิดมะเร็ง

การแก้พิษ

  1. นำผู้ป่วยไปยังบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก รักษาตามอาการ เช่น ช่วยให้หายใจ
  2. หากสัมผัสยาฆ่าแมลงหรือเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดจำนวนมาก
  3. หากกลืนกินให้ทำการล้างท้อง(stomach lavage) และใช้สารที่ช่วยลดการดูดซึมของยาฆ่าแมลงจากลำไส้เล็ก เช่น ให้น้ำมัน(mineral oil) และโซเดียมซัลเฟต(sodium sulfate) เป็นต้น
  4. หากมีอาการรุนแรงรีบนำผู้ป่วยส่งแพทย์ทันที พร้อมภาชนะบรรจุและฉลากวัตถุมีพิษนั้น

การป้องกันอันตรายจากสารพิษ

  1. มีความรู้ในการใช้วัตถุมีพิษ อ่านคู่มือและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างละเอียดก่อนใช้
  2. สวมเสื้อผ้า เครื่องป้องกันการซึมของสารเคมีเข้าสู่ร่างกายขณะใช้งาน
  3. ห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องและสัตว์เลี้ยงเข้าไปบริเวณที่มีวัตถุมีพิษหรือขณะที่ฉีดพ่นสาร
  4. เกษตรกรที่ใช้วัตถุมีพิษดังกล่าวทางการเกษตรต้องมีความรู้เกี่ยวกับระยะเวลาตกค้างของสารบนผลิตผลที่ได้ เนื่องจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เพิ่งจะพ่นยาออกจำหน่าย อาจก่อให้เกิดพิษแก่ผู้บริโภคได้

เอกสารอ้างอิง
      พาลาภ สิงหเสนี (2535). พิษของยาฆ่าแมลงต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพฯ, หน้า 71-110