..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
''''ดัดฟัน'''' ระวัง! สารหนูเพียบ ใช้ลวดตากผ้า หลุดลงคอถึงตาย

       ใครที่เดินตามถนนในเมืองทุกแห่ง จะเห็นวัยรุ่นทั้งชายและหญิงสวมใส่เหล็กดัดฟัน ซึ่งอดีตที่ผ่านมาเป็นฝีมือของทันตแพทย์เพื่อช่วยรักษารากฟันและจัดฟัน แต่ทุกวันนี้ "เหล็กดัดฟัน" กลายเป็นแฟชั่นใหม่ที่วัยรุ่นนิยม แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่า นั่นคือมหันตภัยที่อาจจะถึงชีวิต หากไม่ระมัดระวังในการนำมาใส่เพื่อให้ทันแฟชั่น       

       ซึ่งเรื่องนี้ ท.พ.ไพศาล กังวลกิจ เลขาธิการทันตแพทยสภา เปิดเผยว่า แฟชั่นจัดฟันที่คนจำนวนมากนิยมสวมใส่และพัฒนามีหลายรูปแบบ จนกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่พบวางขายตามแผงลอยชุมชนหรือตลาดนัด โดยใช้ลวดเส้นเล็กๆ มาร้อยลูกปัดสีต่างๆ มีการเคลือบสีและสารปรอทเพื่อความสวยงาม ขายในราคาเส้นละ 50-120 บาท ในกรณีที่สามารถนำไปใส่เอง แต่ถ้าให้ผู้ขายใส่ให้ ก็จะมีราคา 150-200 บาท ซึ่งทันตแพทยสภาตรวจพบว่ามีอันตรายมาก

       ทันตแพทย์ตรวจสอบพบว่า นอกจากอันตรายในเรื่องความยาวของลวดที่นำมาร้อยลูกปัดทำเป็นสายลวดจัดฟันที่เมื่อยาวไม่พอดี อาจจะแทงเหงือกผู้ใส่จนเลือดไหลและเกิดแผลในช่องปากแล้ว สิ่งที่แพทย์วิตกก็คือ การตรวจพบว่าลูกปัดสีต่างๆ ที่นำมาใช้นั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปตรวจสอบพบว่า มีสารตะกั่วและสารหนูเจือปนอยู่ด้วย ซึ่งสารเหล่านี้สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได

       "นอกจากนี้วัสดุต่างๆ ที่ถูกฝังเข้าไปในช่องปาก ก็น่าจะสะอาดไม่พอและมีอันตรายน่ากลัวมาก หากใส่นอน หรือแม้แต่ขณะรับประทานอาหาร เพราะหากลูกปัดเล็กๆ ติดไม่แน่นกับลวด ก็อาจจะหลุดตกไปในลำคอทำให้เสียชีวิตโดยไม่รู้ตัว รวมถึงการทำความสะอาดที่ไม่สะดวก ทำให้ฟันผุ เหงือกอักเสบ ซึ่งไม่คุ้มค่าและจะเสียสุขภาพปากตามมา"

       ปัจจุบัน ลวดดัดฟันแฟชั่นมีจำหน่ายอย่างแพร่หลายหลายแห่ง โดยกรุงเทพฯ มีจำหน่ายอยู่ที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ วังหลัง ศิริราช สวนจตุจักร ตะวันนา และเริ่มระบาดไปตามตลาดนัดต่างจังหวัดหลายแห่ง ทั้งแบบติดเองและให้ผู้ขายติดให้ และสอบถามทันตแพทย์ต่างประเทศก็ไม่มีใครทราบ จึงเชื่อว่าไทยเป็นประเทศแรกที่มีแฟชั่นนี้

       "ตอนนี้น่าเป็นห่วง เพราะราคาขายมีแนวโน้มว่าจะถูกลงเรื่อยๆ จากที่ขายประมาณ 50 บาท ลดลงเหลือ 20-30 บาท ทำให้เด็กประถมก็เริ่มซื้อ ซึ่งขณะนี้ทันตแพทยสภาได้ประสานงานไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ดำเนินการกับผู้จำหน่ายสินค้าดังกล่าว เพราะใช้วัสดุซึ่งอาจมีอันตรายใส่ในช่องปาก"

       ด้าน ท.พ.ญ.นฤมล ทวีเศรษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญสาขาทันตกรรมจัดฟัน รพ.รามธิบดี กล่าวว่า การจัดฟันเป็นแฟชั่นใหม่ที่วัยรุ่นนิยม แต่ราคาค่อนข้างแพง จึงมีผู้ผลิตเครื่องมือเลียนแบบทันตแพทย์มาใส่จัดฟัน แบบถอดได้และติดแน่น โดยชนิดที่ถอดได้มีลักษณะคล้ายฟันปลอม มีฐานพลาสติกถอดได้ และลวดที่จัดฟันอาจมีลูกปัดติดตรงตำแหน่งหน้าฟัน ส่วนฐานพลาสติกมีหลายสีตามผู้ใช้ต้องการ ซึ่งมีทั้งรูปการ์ตูนหรือดาราที่ตนชื่นชอบ ซึ่งพบว่าหลังการใส่เครื่องมือเหล่านี้ไปก็คือ ไปกดฟันหรือเหงือกจนเจ็บ มีเลือดออก ขณะที่ลวดก็คนละชนิดกับที่ทันตแพทย์จัดฟันใช้ จึงอาจเป็นสนิม และหากดูแลไม่ดีก็จะทำให้ฟันผุและเหงือกอักเสบ

       "ค่าเครื่องมือชนิดนี้ประมาณ 600-2,000 บาท เวลาทำเครื่องมือชนิดนี้ต้องพิมพ์ปาก เพื่อนำไปเทปูนปลาสเตอร์ เครื่องมือที่ใช้จึงต้องสะอาด ใช้กับคนไข้แต่ละคนไม่ซ้ำกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แต่คนที่ทำไม่ใช่ทันตแพทย์ คือ มักจะเป็นแล็บทำฟันปลอมที่ใช้แม่พิมพ์ซ้ำกัน ซึ่งอาจนำเชื้อโรคจากปากคนหนึ่งไปสู่อีกคน เป็นความไม่สะอาดที่มองไม่เห็น"

       นอกจากเรื่องการติดเหล็กดัดฟันแฟชั่นแล้ว ท.พ.สมชาย กิจสนาโยธิน ประชาสัมพันธ์ทันตแพทยสภา ได้กล่าวเสริมถึงอันตรายอีกอย่างที่ทันตแพทยสภาได้รับการร้องเรียนมาก คือ หมอเถื่อนรับทำฟันปลอมที่พบมากในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะประชาชนตามชนบทที่ยากจนและขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแลช่องปาก

       สำหรับพฤติกรรมของหมอทำฟันปลอมเถื่อน จะหิ้วกระเป๋าใบเล็กที่มีน้ำยา 2-3 ขวด และฟันปลอมพลาสติกเป็นแผง ไปให้บริการใส่ฟันปลอมติดแน่นตามชนบท โดยติดต่อคนในพื้นที่ให้เป็นนายหน้าหาลูกค้าและแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้ โดยเหมารถหรือขี่มอเตอร์ไซค์เข้าไปในหมู่บ้านครั้งละ 5-6 คน อ้างว่ามาจากต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น แล้วพูดไทยไม่ชัด แต่สามารถทำฟันปลอมติดแน่นในเวลารวดเร็ว ราคาถูก และใช้ได้ทันที

       "พวกนี้จะบอกชาวบ้านว่า ไม่ทำในเมืองเพราะกลัวถูกเรียกเก็บภาษีชาวต่างชาติ โดยแต่งตัวภูมิฐาน เหมือนหมอต่างประเทศ ทำให้ชาวบ้านเชื่อและชักชวนกันมาทำ แต่ผลหลังติดฟันปลอมเหล่านี้ก็คือ บางคนเคี้ยวข้าวเคี้ยวอาหารไม่ได้ บางคนน้ำลายออกตลอดเวลา เป็นแผลเต็มปาก มีเลือดไหล ซึ่งมีรายหนึ่งฟันปลอมที่ใส่ไม่แน่น หลุดลงไปในลำคอขณะรับประทานอาหาร ญาติต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อหมอช่วยเอาออกให้ และโชคดีที่ไม่เสียชีวิต"

       จากการพูดคุยกับชาวบ้านได้ข้อมูลว่า การติดฟันปลอมนี้จะใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที ในราคาคนละ 2,000-3,000 บาท โดยแต่ละหมู่บ้านจะมีชาวบ้านถูกชักชวนมาใส่ฟันปลอมนี้ 20-30 คน ซึ่งทันตแทพย์ตรวจฟันปลอมเหล่านี้ถึงกับตะลึง เพราะไม่คิดว่าจะมีคนทำ นั่นคือหมอฟันเถื่อนพวกนี้ใช้ลวดเส้นแบบราวตากผ้า หนา 1-2 มม. มาทำจึงรื้อยากมาก ขณะที่พลาสติกส่วนเกินก็จะบาดเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปาก ซึ่งหากทิ้งไว้นานๆ ก็อาจเกิดมะเร็งในช่องปากได้

       จึงขอให้ประชาชนอย่าไปหลงเชื่อคำโฆษณาการใส่ฟันปลอมติดแน่นจากบุคคลเหล่านี้ เพราะจะเป็นอันตรายได้"

ที่มา : หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547