..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
สารฟอกขาวช่วยแม่บ้านได้อย่างไร

สารฟอกขาวช่วยแม่บ้านได้อย่างไร

ที่มา : กานดา ว่องไวลิขิต ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

จาก…บทความวิทยาศาสตร์, วารสารวิทยาศาสตร์
พฤศจิกายน-ธันวาคม 2540, หน้า 391-392


    ความทุกข์ของคุณแม่บ้านทุกท่านที่ร่วมกันประการหนึ่งในการซักผ้า คือ ทำอย่างไรเสื้อของคุณลูก (อาจรวมทั้งเสื้อคุณพ่อ) นั้นสามารถขาวได้โดยไม่ต้องลงแรง การซักผ้าด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าก็ช่วยทำความสะอาดได้ระดับหนึ่ง หากแต่คุณลูกแต่ละท่านมีพฤติกรรมการใส่เสื้อราวกับเดินไปคลุกดินไปกระนั้น!! หรือให้เป็นที่สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าที่ไปโรงเรียนทุกวันนั้น…ไปเรียนหรือไปเล่นกันแน่ และนั่นจึงเป็นปัจจัยที่ทำให้สารฟอกขาวจัดเป็นของคู่กันกับคุณแม่บ้านที่ต้องการประหยัดเวลาการขยี้เสื้อผ้า

สารฟอกขาวที่มีให้เลือกซื้อตามท้องตลาดมีทั้งแบบสารละลายและแบบผง สารฟอกขาวเหล่านั้นช่วยคุณแม่บ้านได้อย่างไร?

สารฟอกขาวที่ใช้กันในปัจจุบันแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

    • สารกลุ่มไฮโปคลอไรด์
    • สารกลุ่มไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์

 

สารกลุ่มไฮโปคลอไรด์ สารกลุ่มที่นิยมมากที่สุดได้แก่สารละลาย sodium hypochlorite (NaOCI) โดยใช้ความเข้มข้น 5.25 NaOCI มีความปลอดภัยในการใช้งานพอสมควร โดยเหมาะกับผ้าฝ้าย ลินิน ไม่ควรใช้กับผ้าไหม ขนสัตว์ และไนลอน สารไฮโปคลอไรด์จะเป็นสารให้คลอรีน (CI2) ซึ่งเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรงในการออกซิไดซ์สิ่งสกปรกจะเกิดปฏิกิริยา

CI2 + 2e ® 2CI

ข้อเสียของสารละลายกลุ่มนี้คือถ้าปริมาณ available CI2 อยู่ในระดับที่แขวนลอยแล้วสามารถเกิดปฏิกิริยากับใยผ้าฝ้าย ลินิน ได้ด้วย ซึ่งอาจทำให้ผ้าเสียหายได้

ในกลุ่มไฮโปคลอไรด์ที่ใช้เป็นผงเม็ดจะใช้สาร Ca(OCI)2 ที่มี 70% available CI2 พบว่านิยมใช้ในระดับอุตสาหกรรม เรียกเป็นผงฟอกสี (bleaching powder)

กลุ่มสารที่ให้ available chlorine ที่เป็นของแข็งอาจมีการใช้ hydatoin-type bleach, cyanulate type bleach ซึ่งทั้งสองชนิดเมื่อละลายน้ำจะค่อย ๆ ปลดปล่อย CI2 ออกมา ซึ่งช่วยลดการเสียหายของเส้นใยได้

 

สารกลุ่มไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด สารเคมีจะใช้ในรูปของ Sodium Perborate (NaBO2H2O2) ซึ่งที่อุณหภูมิ 65° C จะแตกตัวให้ H2O2 และเป็นสารฟอกขาวโดยอาศัยสมบัติการเป็นสารออกซิไดซ์และออกซิไดซ์รอยเปื้อนที่เป็นสารอินทร์ ดังปฏิกิริยา

2H2O2 ® 2H2O + O2

จะพบว่ามีการใช้ H2O2 เป็นสารฟอกสีผมในการย้อมดัด ข้อด้อยของการใช้สาร Borate ในการฟอกขาว คือ จะฟอกจางได้น้อยกว่าแบบ CI2 และควรใช้ที่อุณหภูมิสูงหรือภาวะที่เป็นเบสสูงจึงต้องใช้สารกลุ่มนี้ในปริมาณที่มากกว่า อย่างไรก็ตามการฟอกขาวด้วยสารกลุ่มนี้จะทำให้ผ้าขาวสวยได้นานกว่าการใช้สารกลุ่ม CI2 และไม่เกิดผ้าสีหม่นภายหลัง นอกจากนี้ H2O2 ในน้ำเย็นจะกำจัดคราบออกจากผ้าฝ้ายและลินินได้ดี

สารกลุ่มเปอร์ออกไซด์จะมีการใช้ organic peroxide ได้แก่ benzoyl peroxide (C8H5C(O))2, peroxyacetic acid CH3CO3H

นอกเหนือจากสารฟอกขาวที่ใช้ในการแช่พร้อมผงซักฟอก การกำจัดรอยเปื้อนอีกแบบหนึ่งคือ Stain removal ที่ใช้ในการป้ายผ้าก่อนซัก หลักการทำงานของสารกลุ่มนี้คล้ายกับสารฟอกขาวโดยทั่วไปสมบัติของสารกลุ่มนี้คือเป็นสารออกซิไดซ์หรือเป็นสารรีดิวซ์ การเลือกใช้ stain removal มักต้องเลือกให้เหมาะสมกับชนิดของคราบเปื้อน เช่น บางชนิดใช้วาสลีน หรือ น้ำมันและตัวทำละลายอินทรีย์บางชนิดใช้สาร Linear Alkyl Benzene Sulfonat (LAS) เข้มข้น บางชนิดผสมสารหลาย ๆ ชนิดปนกัน ในครีมกำจัดคราบหลายชนิดจะผสมแป้งเพื่อเป็นสารดูดซับคราบน้ำมันเหนียว ๆ

สารที่ใช้ผสมใน Stain removal อาจใช้ amyl acetate เพื่อลบรอยหมึก ปากกาลูกลื่น ด่างทับทิม (MnO4) ใช้กำจัดคราบสกปรกทั่วไปในผ้าขาว แต่การใช้อาจมีคราบใหม่จากด่างทับทิมที่เหลือซึ่งวิธีการกำจัดคราบด่างทับทิมนี้สามารถใช้ oxalic acid ซึ่งกำจัด KmnO4 ได้ดังปฏิกิริยา

5H2C2O4 + 2MnO4- + 6H+ ® 10CO2 + 2Mn2+ + 8H2O

สาร oxalic acid หรือ sodium oxalate เป็นสารที่ใช้กำจัดคราบสนิมที่ได้ผลในเสื้อผ้าทุกชนิด โดยอาศัยสมบัติการเป็นสาร chelating agent จับ Fe3+ ในคราบสนิมนั่นเอง

สารที่ช่วยแม่บ้านเบาแรงทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสารเคมีทั้งสิ้นแต่การใช้สารเคมีที่มีประโยชน์ทั้งหลายเหล่านี้มีข้อควรระวังความเป็นพิษของสารเคมีบางตัว เช่น สาร carbon tetrachloride ที่ใช้กำจัดคราบเปื้อนจากรอยหมากฝรั่งได้ดีนั้นจัดเป็นสารก่อมะเร็ง ที่ผู้ใช้ต้องระวัง นอกจากนี้ไอระเหยตัวทำละลายอินทรีย์ส่วนใหญ่มีผลต่อร่างกายที่ควรระวังทั้งสิ้น ดังนั้นการป้ายหรือฉีดพ่นสเปรย์สารฟอกขาวควรต้องป้ายหรือฉีดพ่นในที่ที่ระบายอากาศได้ดี

 

เอกสารอ้างอิง

  1. ศิวาพร ศิวเวชช (2525), การสุขาภิบาลโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร, คณะอุตสาหกรรมเกษตร, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพมหานคร.
  2. เทคนิคการซักเสื้อผ้าสำเร็จรูป, พฤษภาคม (2538), TTIS TEXTILE DIGEST, หน้า 26-28.
  3. Chang, R. (1991), Chemistry 4th ed., McGraw-Hill Book Company.
  4. Hill.J.W. (1972), Chemistry for Changing Times, Macmillan Publishing Co.Ltd..
  5. Van Nostrands, (1989), Scientific Encyclopedia 7th ed., Van Nostrand Reinhold Printed.
  6. The Gale Encyclopedia of Science V.1, Gate Research, An International Thomsom Company, USA, 1996.

 

 Back to Top