..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
สุราเถื่อน

สุราเถื่อน

 ที่มา : จารุวรรณ วิริยะหิรัญไพบูลย์
  นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ 6  ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เชียงใหม่

จากหนังสือ ความรู้เกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษ ตอนที่ 9

กลุ่มงานพิษวิทยาและสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กระทรวงสาธารณสุข  ..2537, พิมพ์ครั้งที่ 1


                เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่าการดื่มสุราหรือเหล้านั้นก่อให้เกิดอันตรายทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อชีวิตและทรัพย์สิน  กล่าวคือสุราจะทำให้ระบบประสาทถูกทำลาย สติปัญญาเสื่อมลง เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหาร โรคขาดอาหาร โรคตับแข็งและโรคหัวใจ เป็นต้น  ทั้งยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากมาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้บริโภคดื่มสุราที่ผลิตขึ้นอย่างผิดกฎหมายหรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “สุรา” หรือ “เหล้าเถื่อน” เพราะนอกจากจะได้รับอันตรายจากพิษของสุราโดยตรงแล้วยังอาจจะได้รับวัตถุมีพิษอื่น ๆ ที่ปลอมปนอยู่ในสุราเถื่อนนั้น  ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

                สุราเถื่อน  ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้หมายถึงสุราที่ประชาชนผลิตขึ้นเองโดยมิได้รับอนุญาตจากทางราชการ  ใช้กรรมวิธีง่าย ๆ ไม่มีการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพแต่อย่างใด  อาจทำได้โดยการนำข้าวเหนียวนึ่งสุกแล้วกับแป้งสุรา (ส่า) ที่บดละเอียด ผสมน้ำตาลเล็กน้อยคลุกเคล้าให้เข้ากัน  หมักไว้ประมาณ 7-10 วัน  เพื่อให้เกิดแอลกอฮอล์  แล้วจึงนำมาต้มกลั่นเพื่อให้ได้ “สุรา” หรือ “เอทิลแอลกอฮอล์” ซึ่งถ้าผู้ผลิตสุราเถื่อนผลิตตามกรรมวิธีที่กล่าวมาสุราเถื่อนที่ได้จะมีอันตรายต่อผู้บริโภคไม่สูงนัก  แต่ในปัจจุบันพบว่าผู้ผลิตสุราเถื่อนบางรายได้นำเอาวัตถุมีพิษบางชนิด  เช่น สารเคมีกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า), สารเคมีกำจัดแมลง (ยาฆ่าแมลง) และผงซักฟอก เป็นต้น  ผสมหรือเติมลงไปในกระบวนการผลิตเพื่อช่วยเร่งให้เกิดแอลกอฮอล์เร็วขึ้น  และเชื่อกันว่าจะทำให้ได้ปริมาณสุราเถื่อนเป็นทวีคูณ มีดีกรีสูง ใส มีกลิ่นฉุนจัดและมีรสซ่าน่ารับประทาน  แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ววัตถุมีพิษต่าง ๆ ที่ผู้ผลิตสุราเถื่อนผสมหรือเติมลงไปนั้นมิได้ช่วยให้สุราเถื่อนที่กลั่นได้มีปริมาณมากขึ้น มีดีกรีสูง ใสขึ้น มีกลิ่นฉุนจัดหรือมีรสซ่าดังที่เข้าใจกัน  หากแต่เป็นเพราะวัตถุมีพิษและฤทธิ์ของวัตถุมีพิษที่ปลอมปนอยู่ในสุราเถื่อนนั่นเองที่ทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกดังกล่าว

               กรรมวิธีในการผลิตสุราเถื่อนที่มีการผสมหรือเติมวัตถุมีพิษลงไปนั้นเท่าที่ทราบว่านิยมทำกันมีอยู่ 2 วิธี คือ

                วิธีที่ 1 เติมยาฆ่าหญ้าโดยเฉพาะพวกพาราควอทหรือที่รู้จักกันดีในนามของกรัมม๊อกโซน (Gramoxone) หรือ คิงโซน (Kingzone) เป็นต้น  ลงในสุราเพื่อให้ข้าวเหนียวและน้ำตาลสลายตัวและเกิดแอลกอฮอล์เร็วขึ้น  โดยจะใช้ระยะเวลาในการหมักเพียง 4-5 วัน  ทำให้ลดระยะเวลาในการหมักส่าสุราได้ถึง 3-4 วัน

                วิธีที่ 2 ใช้ยาฆ่าหญ้าหรือผงซักฟอกข้น ๆ ทาก้นกะทะซึ่งใช้เป็นตัวทำให้เกิดการควบแน่นในช่วงการกลั่น  โดยเชื่อกันว่าจะทำให้สุราเถื่อนที่กลั่นได้มีปริมาณมากขึ้น มีดีกรีสูง ใส มีกลิ่นฉุนและรสซ่าน่าดื่ม

                นอกจากนี้ในปัจจุบันยังพบว่าอาจจะมีการผสมหรือเติมยาฆ่าแมลงบางชนิด  เช่น โฟลิดอล (Folidol) หรือแลนเนท (Lannate) เป็นต้น  ลงในสุราเถื่อนที่ได้จากการต้มกลั่นแล้วอีกด้วย

                สำหรับวัตถุมีพิษที่พบในสุราเถื่อนโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 ประเภทดังนี้  คือ ประเภทแรกเป็นวัตถุมีพิษที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในกระบวนการผลิตสุรา  ซึ่งโดยปกติแล้วในการหมักธัญญพืชแล้วนำมาต้มกลั่นนอกจากจะได้เอธิลแอลกอฮอล์หรือสุราแล้วยังได้แอลกอฮอล์?ชนิดอื่นและสารอื่น ๆ อีกมากมายผสมออกมาด้วย  เช่น ฟูเซลออย (fusel oil), ไนโตรซามีน (notrosamine), ไอโซเอมิลแอลกอฮอล์ (iso amyl alcohol), ไอโซบิวธิล แอลกอฮอล์ (iso butyl alcohol) และเอ็นโปรปิล แอลกอฮอล์ (n-propyl alcohol) เป็นต้น  ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้บางชนิดพบว่าเป็นสารเร่งให้เกิดมะเร็ง (co-carcinogen) และเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogen) ในสัตว์ทดลองและในมนุษย์  ส่วนวัตถุมีพิษประเภทที่สองที่อาจพบในสุราเถื่อนได้แก่ วัตถุมีพิษที่ผู้ผลิตจงใจผสมหรือเติมลงไปในกระบวนการผลิตโดยหวังแต่ผลประโยชน์  มิได้ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค เช่น ยาฆ่าหญ้า (กรัมม๊อกโซน หรือพาราควอท) ยาฆ่าแมลง (โฟลิดอล, แลนเนท) และผงซักฟอก เป็นต้น  ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างยิ่งทั้งนี้เพราะวัตถุมีพิษต่าง ๆ ดังกล่าวจัดเป็นวัตถุมีพิษร้ายแรงต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์  อาจทำให้ผู้ที่บริโภคสุราเถื่อนที่มีวัตถุมีพิษดังกล่าวผสมอยู่เสียชีวิตได้  นอกจากนี้ยังพบว่าอาจมีโลหะหนักบางชนิดจากภาชนะที่ใช้ต้มกลั่น  เช่น ตะกั่ว และดีบุก เป็นต้น  ปนเปื้อนอยู่ในสุราเถื่อนซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้อีกด้วย

                ดังได้กล่าวมาแล้วในตอนแรกว่าการดื่มสุรานั้นก่อให้เกิดโทษและอันตรายทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อชีวิตและทรัพย์สินทั้งของผู้บริโภคเองและส่วนรวม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้บริโภคดื่มสุราเถื่อนที่มีวัตถุมีพิษต่าง ๆ ผสมอยู่ก็ยิ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการดื่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ  ทั้งนี้เนื่องจากอันตรายและฤทธิ์ของวัตถุมีพิษดังกล่าวบางชนิด  เช่น ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปอดและไตจะถูกทำลาย หายใจไม่ออก และเสียชีวิตในที่สุด  จึงควรที่นักดื่มสุราเถื่อนทั้งหลายจะได้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้นี้  นอกจากนี้แล้วยังพบว่ามีการบริโภคแอลกอฮอล์ผิดประเภทคือ เมธิลแอลกอฮอล์หรือแอลกอฮอล์จุดไฟซึ่งทำให้ผู้บริโภคตาบอดและอาจเสียชีวิตได้

                การดื่มสุราไม่ว่าจะเป็นสุราที่ผลิตขึ้นตามหลักวิชาการและถูกต้องตามกฎหมาย หรือจะเป็นสุราเถื่อนก็ตาม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุราเถื่อนที่ผู้ผลิตหวังแต่ผลประโยชน์  โดยมิได้ตระหนักถึงอันตรายที่จะเกิดกับผู้บริโภคล้วนก่อให้เกิดโทษและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งผู้บริโภคเองและส่วนรวม  ซึ่งในปัจจุบันนี้แม้แต่องค์การอนามัยโลกก็ได้จัดให้แอลกอฮอล์เป็นยาเสพติดประเภทหนึ่ง  ดังนั้นจึงควรงดการดื่มสุราแต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือจำเป็นจริง ๆ ก็ควรจะดื่มให้น้อยที่สุดและเลือกดื่มแต่สุราที่ผลิตขึ้นอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและตามกฎหมาย  ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้บริโภคเอง  อีกทั้งยังเป็นการช่วยไม่ให้รัฐบาลขาดรายได้จากภาษีอากรเนื่องจากสุราเถื่อนด้วย

 

เอกสารอ้างอิง

1. Gosselin, R.E. et al., 1984.  Clinical toxicology of commercial products. 5th ed., Williams & Wilkins, Baltimore, p.III-166-170.

2. Casarette, L.J. and Doull, J. eds.  1980.  Toxicology, the basic sciences of poisons.  Macmillan Publishing Co., New York, p.661-2,678.

3. Conn, E.E. and Stumpf, P.K., 1976.  Outline of biochemistry. 4th ed., John Wiley & Sons, Inc., New York, p.,280.

4. Alexopoulos, C.J., 1962.  Introductory mycology, 2nd ed., John Wiley & Sons, Inc., New York, p.247.

5. สมาคมพิษวิทยาแห่งประเทศไทย การประชุมวิชาการและประชุมใหญ่ ครั้งที่ 3  เรื่องพิษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วันที่ 14-15.. 2529  กรุงเทพฯ.

6. ประกาศจังหวัดจันทบุรี  เรื่องสารพิษ (กรัมม๊อกโซน) ในสุราเถื่อน  ลงวันที่ 17.. 2526

7. ประกาศจังหวัดสงขลา  เรื่องสารพิษ (กรัมม๊อกโซน) ในสุราเถื่อน  ลงวันที่ 23.. 2526

8. มาโนชญ์ ลีโทชวลิต.  ยาเสพติดให้โทษ, วชิรพยาบาล กรุงเทพฯ มปท.

9. กองระบาดวิทยา, รายงานการศึกษาวิจัยหาสารพิษในสุราเถื่อนที่จังหวัดจันทบุรี, วันที่ 20.. 2527, มปท.

10. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปีที่ 30  ฉบับที่ 2  เมษายน-มิถุนายน 2531, หน้า 159-162

 

Back to top