..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
บริโภคอาหารทะเลต้องระวัง

บริโภคอาหารทะเลต้องระวัง


        กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกบริโภคอาหารทะเล ย้ำบางชนิด เช่น แมงดาทะเลอาจมีพิษที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพจนอาจเสียชีวิตได้ เน้นต้องรู้จักชนิดและควรบริโภคจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น

        กรณีที่มีข่าวประชาชนในประเทศฟิลิปปินส์บริโภคหอยแมลงภู่แล้วได้รับพิษจนถึงแก่ความตายว่า สารพิษดังกล่าวน่าจะเกิดจากสาหร่ายบางชนิดที่มีสารพิษ (Toxigernic dinoflagellates) สังเกตได้ง่ายโดยจะมองเห็นเป็นสีแดงลอยเป็นแพยาวในทะเล ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “ขี้ปลาวาฬ” (Red tide) เมื่อหอยแมลงภู่กินเข้าไปก็จะทำให้มีพิษในตัวเอง เป็นพิษแบบ Paralytic Shellfish Poisoning (PSP) ที่รู้จักกันดีก็คือ Saxitoxins พิษชนิดนี้เป็นพิษที่ทนต่อความร้อนทำให้เกิดอาการผิดปกติต่อระบบประสาทของผู้บริโภค ผู้ได้รับพิษจะมีอาการปรากฏภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากบริโภคเริ่มจากมีอาการเป็นเหน็บ ชา ไหม้บริเวณริมฝีปาก ปลายนิ้ว เวียนศีรษะ มีไข้ ง่วงซึม ผิวหนังมีผื่น ในรายที่มีอาการไม่รุนแรงจะมีอาการลดลงภายใน 2-3 วัน แต่ในรายที่อาการรุนแรงอาจเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากยังไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะ แต่ทั้งนี้ประเทศไทยมีหน่วยงานที่คอยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา เช่น กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอีกหลายหน่วยงาน ซึ่งยังไม่เคยพบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการบริโภคหอยแมลงภู่

        สัตว์ทะเลอีกชนิดหนึ่งที่มักมีผู้บริโภคและมักได้รับพิษอยู่เสมอได้แก่ แมงดาทะเล โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่แมงดาทะเลมีไข่ แมงดาทะเลที่รับประทานได้เรียกว่าแมงดาจาน ลักษณะตัวใหญ่ หางเป็นรูปเหลี่ยม ส่วนแมงดาทะเลชนิดหนึ่งได้แก่ แมงดาไฟ หรือ เหรา หรือแมงดาถ้วย เป็นแมงดาทะเลชนิดหนึ่งมีหางกลม ด้านหน้าใต้ท้องจะหักเว้ามากคล้ายตัวผู้ ลำตัวที่ท้องมีขนรุงรัง ด้านหลังมีสีแดงดำ ตาสีแดง แมงดาทะเลชนิดนี้มีพิษร้ายแรงและทนต่อความร้อนแม้จะหุงต้มแล้วพิษก็จะยังคงอยู่ พิษดังกล่าวจากการที่แมงดาถ้วยสร้างพิษในตัวเองทั้งนี้การเกิดพิษจะเกิดขึ้นเร็วมากโดยภายในประมาณ 30 นาที พิษจะมีผลต่อระบบประสาท อาการต่าง ๆ จะเริ่มจากชาที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต และถ้ามีอาการช็อกก็จะทำให้เสียชีวิตได้

        เป็นที่น่าสังเกตว่าหอยแมลงภู่เป็นสัตว์ที่ไม่มีพิษในตัวเอง การเกิดพิษดังกล่าวมาจากอาหารที่หอยแมลงภู่กินเข้าไป สำหรับแมงดาทะเลทั้ง 2 ชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกันมาก ผู้บริโภคควรเพิ่มความระมัดระวังโดยสังเกตที่หางซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หากจะบริโภคควรดูให้แน่ใจเสียก่อนว่าเป็นแมงดาทะเลชนิดที่ไม่มีพิษ หรือบริโภคจากผู้ที่มีความชำนาญหรือจากแหล่งที่เชื่อถือได้หากไม่แน่ใจควรงดบริโภค เพราะพิษของแมงดาทะเลปัจจุบันนี้ยังไม่มียาแก้พิษหรือยารักษาโดยเฉพาะ การรักษาจึงใช้วิธีการล้างท้อง ให้น้ำเกลือและรักษาตามอาการเท่านั้น ส่วนหอยแมลงภู่นั้นยังไม่เคยพบว่าเกิดการเป็นพิษในประเทศไทย ดังนั้นผู้บริโภคจึงควรให้ความสนใจและติดตามข่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับพิษจากการบริโภคอาหารทะเลดังกล่าว

back to top