..:: H O M E ::..
Search :  
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสิ่งเป็นพิษความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบพิษวิทยาคลีนิคก้าวทันโลกข้อมูลบริการแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
 
   
คาเฟอีนกับสุขภาพ

คาเฟอีนกับสุขภาพ 

ที่มา : หนังสือ ภาวะมลพิษ ภัยใกล้ตัว 

สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 

กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพลังงาน 


 

        คาเฟอีนเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มักพบในเมล็ดกาแฟ ใบชา และ โคล่า โกโก้ ซึ่งเรานำสิ่งเหล่านี้มาทำเป็นส่วนประกอบในยาชนิดต่าง ๆ เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ต่าง ๆ การที่มนุษย์ เรารับประทานคาเฟอีนเข้าไปจะมีผลต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น หัวใจ ไต และระบบประสาท 

        ดังนั้น ผู้ที่ได้รับประทานคาเฟอีนเป็นประจำก็ควรนึกถึงอันตรายที่จะได้รับไว้บ้าง การดื่มกาแฟ น้ำชา หรือแม้แต่ น้ำอัดลมที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน ในอัตราวันละหลายแก้วจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของร่างกายได้ ทั้งนี้ เพราะ เมื่อสารคาเฟอีนเมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วจากกระเพาะและลำไส้เข้าสู่กระแสโลหิต ซึ่งสารคาเฟอีนนี้จะออกฤทธิ์กระตุ้นอวัยวะส่วนต่าง ๆ และอวัยวะที่คาเฟอีนส่งผลอย่างรวดเร็วมาก ได้แก่ สมอง คนส่วนใหญ่เมื่อเกิดอาการอ่อนเพลีย ง่วงซึม ก็จะแก้ไขด้วยการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ น้ำชา หรือน้ำโคล่า เพิ่มขึ้น 

        ถ้าผู้ใดดื่มวันละไม่ต่ำกว่า 2 ถ้วย จะทำให้ผู้นั้นติด มีความต้องการดื่มกาแฟ น้ำชา หรือน้ำโคล่า ไปเรื่อย ๆ ซึ่งการได้รับคาเฟอีนในปริมาณมากจะทำให้มีอาการผิดปรกติ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศรีษะ ใจสั่น ตกอกตกใจง่าย กังวลใจ หงุดหงิด จิตใจห่อเหี่ยว หัวใจเต้นแรง หายใจเร็ว ท้องเดิน ปัสสาวะบ่อย และมีการตื่นตัวของกล้ามเนื้อ 

        ได้มีผู้ทำการวิจัยพบว่า การดื่มกาแฟมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งที่ตับอ่อน คือถ้าดื่มกาแฟ 2 ถ้วย ต่อวัน มีโอกาสเป็นมะเร็งในตับอ่อน 2 เท่า ถ้าดื่ม 3 ถ้วย ต่อวันจะมีโอกาสเป็นมะเร็งถึง 3 เท่า และยังพบว่าสตรีมีครรภ์ที่ดื่มกาแฟอาจทำให้ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักน้อยเกินไป และกล้ามเนื้อของทารกไม่แข็งแรงเหมือนทารกทั่วไป และคนที่ดื่มกาแฟจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจ มะเร็งในถุงน้ำดีและโรคกระเพาะอาหารมากกว่าคนที่ไม่บริโภค 

        การเลิกดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนทันทีทันใดนั้นไม่ใช่ของง่าย เมื่อเลิกดื่มจะมีอาการไม่สบายเนื้อสบายตัว ปวดศรีษะ เกิดขึ้น กระทำได้โดยลดปริมาณการดื่มลงทีละน้อย และหันมาดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีคาเฟอีนแทนเช่น น้ำเปล่า หรือน้ำอัดลมรสผลไม้แทน