H O M E :: ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
 Search :  
ความรู้ทั่วไปความรู้ทางวิชาการก้าวทันโลกระบาดวิทยาทางห้องปฏิบัติการงานวิจัยแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องFAQ
 
Hot issue
ข่าวทั่วไป
ข่าวการประชุม อบรม สัมมนา
 


   
"ซีโอไลท์"สารกำจัดลูกน้ำยุงลายไร้กลิ่น

       "ยุงลาย" เป็นพาหะหลักนำไปสู่โรค "ไข้เลือดออก" พบว่าแพร่ระบาดในประเทศทางเขตร้อนเกือบทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยประสบปัญหาค่อนข้างมาก แต่ละปีจะมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคนี้จำนวนมาก

       วิธีการแก้ไขคือ ควบคุมปริมาณยุง ซึ่งเป็นพาหะนำโรคด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ที่เป็นภาชนะขังน้ำภายในบ้าน

       ทั้งนี้ วิธีการหนึ่งที่ได้ผลเป็นที่ยอมรับคือ การใช้สารเคมีในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย แต่ควรระมัดระวังในการใช้และควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองทางการแพทย์ เพื่อความปลอดภัยในการใช้

       สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งส่งเสริม สนับสนุนกลุ่มบุคคล และธุรกิจในด้านการผลิตและถ่ายทอดเทคโนโลยีต่างๆ ครั้งนี้ "อิคาริเทรดดิ้ง" ซึ่งผลิตสารกำจัดลูกน้ำยุงลายสูตรใหม่ด้วยการใช้ "ซีโอไลท์" ที่ออกฤทธิ์ ให้ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ใช้งานได้ยาวนานกว่า

       เรื่องนี้ นายอรรณพ วงศ์ธิติโรจน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท อิคาริ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า สารกำจัดลูกน้ำยุงลายชนิดเม็ดเกล็ดซีโอไลท์เคลือบสารสังเคราะห์ในกลุ่มออกาโนฟอสเฟต (Azai-ss) ผ่านการตรวจสอบประสิทธิผลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขและองค์การอนามัยโลก ว่าใช้ในการป้องกันกำจัดยุงลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งซีโอไลท์ที่นำมาใช้นี้คือ Hydrous aluminium ailicates ที่พบในหินภูเขาไฟ ปกติใช้ในการบำบัดน้ำเสียเช่นเดียวกับถ่าน มีคุณสมบัติพิเศษคือ กำจัดลูกน้ำยุงลายได้นาน 3-6 เดือน ด้วยสูตรผสมและเทคโนโลยีพิเศษ

       สารนี้ออกฤทธิ์มีความปลอดภัยสูงชนิดเดียวกับทรายอะเบท เมื่อใส่ลงไปในน้ำในอัตราส่วนพอเหมาะจะไม่มีกลิ่นเหม็น ด้วยสารดูดซับกลิ่นซีโอไลท์จากธรรมชาติ และไม่มีคราบน้ำมันปนเปื้อนบนผิวน้ำ ช่วยให้น้ำไม่ขุ่นและใสขึ้น บรรจุในขนาดต่างๆ ตั้งแต่ 20 กรัม-25 กิโลกรัม

       แต่ที่สำคัญคือการนำซีโอไลท์มาใช้ในการกำจัดลูกน้ำยุงลายนี้ บริษัทถือเป็นรายแรกในประเทศไทยและรายแรกของโลก ที่นำมาใช้เพราะส่วนใหญ่ใช้ทรายเป็นผลิตภัณฑ์แทบทั้งสิ้น

       อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ในส่วนที่เป็นทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย ก็ยังเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งจะมีฤทธิ์คงทนในการควบคุมลูกน้ำยุงลายได้นานกว่า 3 เดือน เหมาะจะใช้ในการป้องกันลูกน้ำยุงลายในแหล่งเพาะพันธุ์ตามภาชนะเก็บน้ำต่างๆ

       ทั้งนี้ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีประสิทธิภาพ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่จะสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นและก้าวสู่การส่งออกได้ จึงคิดว่าควรต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อให้คำปรึกษาแนะนำในการพัฒนาขั้นตอนกระบวนการต่างๆ และได้รับความช่วยเหลือจากโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ITAP) สวทช.ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี แนะนำกระบวนการผลิต ปรับปรุงสถานที่ อุปกรณ์การผลิต การสุขาภิบาล การทำความสะอาด โดยมีผู้เชี่ยวชาญ รศ.ดร.ประสาน ธรรมอุปกรณ์ อาจารย์ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดูแลในฐานะที่ปรึกษา ภายใต้โครงการยกระดับมาตรฐานโรงงานตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต (GMP) แก่โรงงานอุตสาหกรรมผลิตสารกำจัดลูกน้ำยุงลาย

       "สิ่งที่ได้รับจาก สวทช.คือ การพัฒนาขึ้นมาเป็นบริษัทอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ที่มีคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ภายในหนึ่งปีเราได้ GMP ถือว่าเร็วเกินคาดหมาย และจะไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องต่อไป ปัจจุบันเราขยายกำลังการผลิตจากเดิม 3 ตันต่อวัน เป็น 6-10 ตันต่อวัน" นายอรรณพอธิบาย

       พร้อมกับเสริมว่าผลิตภัณฑ์จากซีโอไลท์ที่พัฒนาขึ้นนี้ กำลังได้รับความนิยมในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และในอนาคตจะขยายตัวไปทางกลุ่มประเทศมุสลิมและอื่นๆ ทั่วโลก

       โดยผลิตภัณฑ์จากซีโอไลท์ ต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้มากขึ้น ขณะนี้มีหลายประเทศที่ยื่นความจำนงมาให้บริษัทช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อให้แต่ละประเทศไปผลิตเอง แต่จุดนี้ต้องขอดูการตลาดสักระยะหนึ่งก่อน เพราะคิดว่าภายใน 10 ปีน่าจะมีสิ่งที่ย้อนกลับมาในประเทศไทยก่อนที่จะให้คนอื่นไปพัฒนาตัดหน้าเรา

       ทั้งนี้ สิ่งที่อิคาริ เทรดดิ้งได้รับอย่างเป็นรูปธรรมในการเข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานโรงงาน ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต หรือจีเอ็มพี ของ สวทช.คือ ส่งผลให้บริษัทประสบผลสำเร็จด้านการพัฒนาบุคลากรให้เกิดทักษะและความสามารถในการผลิตเพิ่มขึ้นถึง 85% มีความรู้ทางเทคนิคเพิ่มขึ้น 88% มีการจ้างวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และช่างเทคนิคเพิ่มขึ้น ส่งผลสำเร็จด้านธุรกิจคือ ต้นทุนการผลิตลดลง 10% มีการปรับปรุงและพัฒนาห้องปฏิบัติการควบคุมคุณภาพ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเรื่องกลิ่นและฝุ่นละอองอีกด้วย

       หากผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ ITAP สอบถามโทร.0-2564-8000 หรือ www.nstda.or.th/itap


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน หน้า 32 วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10266