H O M E :: ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
 Search :  
ความรู้ทั่วไปความรู้ทางวิชาการก้าวทันโลกระบาดวิทยาทางห้องปฏิบัติการงานวิจัยแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องFAQ
 
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อ
 


   
สาระน่ารู้เกี่ยวกับเชื้อ Vibrio parahaemolyticus

ศรีวรรณา หัทยานานนท์

บทนำ
      เชื้อ Vibrio parahaemolyticus  เป็นแบคทีเรียแกรมลบ รูปแท่ง มีแหล่งธรรมชาติในน้ำทะเลและน้ำกร่อย แยกได้จากน้ำทะเลทั่วโลก พบได้ในกุ้ง หอย ปลา และปูหลายชนิด ก่อโรคอาหารเป็นพิษหรือทางเดินอาหารอักเสบ ส่วนใหญ่สายพันธุ์ที่แยกได้จากผู้ป่วยผลิตสารพิษชนิดทนความร้อนเรียกว่า Thermostable direct hemolysin พบระบาดครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น (ค.ศ. 1950 หรือ พ.ศ. 2493) Fujino และคณะ แยกเชื้อได้จากอุจจาระผู้ป่วยที่เมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น สาเหตุอาหารเป็นพิษจากการรับประทาน "ชิราสุ shirasu" เป็นเพราะคนญี่ปุ่นชอบรับประทานปลาดิบ รายงานจากประเทศญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน อินเดีย และหลายๆ ประเทศทางเอเชียรวมทั้งอเมริกาพบว่ามากกว่าร้อยละ 50 ของโรคอาหารเป็นพิษมีสาเหตุจาก เชื้อ V. parahaemolyticus  นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเชื้อนี้เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางบาดแผล 34 % และการติดเชื้อในกระแสโลหิต 5 %


      การแบ่ง Serotype ของเชื้อ V. parahaemolyticus  ปัจจุบัน O-antigen มี 13 ชนิด และ K -antigen มี 71 ชนิด Serotype ของเชื้อต้องบอกทั้งชนิดของ O(โอ)-antigen (แอนติเจนที่ผนังเซลล์) และ K (เค)-antigen (แอนติเจนที่แคปซูล) ในปี พ.ศ. 2539 ที่เมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย เกิดการระบาดใหญ่ (pandemic) ของสายพันธุ์ (serotype) O3:K6 และเกิดการระบาดอย่างต่อเนื่องในหลายๆประเทศทางทวีปเอเชียเช่น ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน รวมทั้งประเทศอเมริกา จัดได้ว่า O3: K6 นี้เป็น pandemic strain และเป็นสายพันธุ์ที่มาจากต้นตอเดียวกัน (same clone) แต่เป็น new clone เมื่อเปรียบเทียบกับ O3: K6 ที่พบก่อนปี พ.ศ. 2539 และก่อโรคประปราย นอกจากนี้ยังมีรายงานถึง serotype O1: K25, O1: KUT, O4: K8 และ O4: K68 ว่าเป็นสาเหตุของการระบาดในเวลาต่อๆมา

สถานการณ์ของเชื้อ V. parahaemolyticus ก่อโรคอาหารเป็นพิษในประเทศ
      ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา ประเทศไทยพบเชื้อนี้เป็นสาเหตุอันดับ 1 ที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษคิดเป็นร้อยละ 56, 56, 58, 60, 61 และ 78 ของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษทั้งหมดในปี พ.ศ. 2540-2545 ตามลำดับ

      ข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังการดื้อยาของเชื้อต่อต้านจุลชีพ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ในการเพาะเชื้อจากผู้ป่วยกลุ่มอุจจาระร่วงใน 32 โรงพยาบาลเครือข่ายพบว่าในปี พ.ศ.2543 พบเชื้อ V. parahaemolyticus  เป็นสาเหตุอันดับ 1 คือพบเชื้อ 1,310 จากผู้ป่วย 5,337 ราย (31.7%) ในปี 2544 ถึง 2546 พบเป็นสาเหตุอันดับ 2 รองจากเชื้อ Salmonella คือพบเชื้อจากผู้ป่วย 1,148/6,8797 ราย, 805/4,219 ราย, และ 636/4,081 ราย คิดเป็นร้อยละ 15.8, 17.7 และ 14.8 ของผู้ป่วยตามลำดับ

      ผลการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ระหว่างปี พ.ศ. 2543-มิ.ย. 2547 เชื้อ V. parahaemolyticus  จำนวนรวมทั้งสิ้น 629 สายพันธุ์ จากผู้ป่วย 543 สายพันธุ์ อาหารทะเล 78 สายพันธุ์ และ น้ำ 8 สายพันธุ์ สรุปได้ว่า

  • ในผู้ป่วยพบ serotype O3:K6 มากเป็นอันดับหนึ่งคิดเป็น 27.6% ในอาหาร ได้แก่ปลาซะบะสด พบ O3:K6 จำนวน 1 สายพันธุ์ คิดเป็น 1.3% พบเป็นสายพันธุ์ที่สร้างสารพิษชนิดทนความร้อนเรียกว่า Thermostable direct hemolysin และในน้ำยังไม่พบ O3:K6
  • ในปี พ.ศ. 2543 เกิดการระบาดของอาหารเป็นพิษที่โรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี มีผู้ป่วยจำนวน 63 ราย พบว่า 54 % เป็น serotype O3: K6 ที่เหลือเป็น serotype O3: KUT และ O4: K8 (UT คือ untypeable)
  • ในปี พ.ศ. 2547 (เดือน เมษายน) เกิดการระบาดของอาหารเป็นพิษที่เมืองทองธานี ผู้ป่วยจำนวน 51 ราย พบว่า 76 % เป็น serotype O3: K6


      เชื้อ V. parahaemolyticus  serotype O3: K6 นอกจากสามารถก่อโรคแล้วยังมีศักยภาพในการก่อโรคระบาดใหญ่ได้ รวมทั้งเชื้อ V. parahaemolyticus  O3:K6 ที่พบในอาหาร (ปลาซะบะสด) เป็นสายพันธุ์ที่สร้างสารพิษซึ่งอาจมีความสัมพันธ์กับสายพันธุ์ที่ก่อโรคระบาดในคน ซึ่งทางสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขอยู่ระหว่างทำการศึกษาในระดับโมเลกุล (molecular) เพื่อหาความสัมพันธ์ของเชื้อกับสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุของการระบาดใหญ่รวมทั้งศึกษาปัจจัยการก่อโรคของเชื้อในผู้ป่วยและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนั้น สายพันธุ์ที่พบมาก 3 อันดับแรกในผู้ป่วยคือ O3:K6 (27.6%), O4:K8 (10.8%), O1:KUT (10.3%) และอาหารทะเลพบ O1:KUT (17.9%), O10:KUT (10.3%) และ O3:KUT (9.0%) สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในปี 2543, 2544, 2545, 2546 และ 2547 คือ O3:K6 (48.6%), O4:KUT (19.2%), O3:K6 (25.5%), O1:KUT (16.8%) และ O3:K6 (41.7%) ตามลำดับ

* ในเดือน สิงหาคม ปี พ.ศ. 2547 เกิดการระบาดของอาหารเป็นพิษที่จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ป่วยจำนวน 125 ราย โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ตรวจพบเชื้อ V. parahaemolyticus  3 รายจากผู้ป่วย 63 ราย และจากตัวอย่างกุ้งสด 1 ราย ผลการตรวจหา serotype จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข พบว่าเป็น serotype O1: K25 เหมือนกัน

* และในเดือน กันยายน เกิดการระบาดของอาหารเป็นพิษที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ตรังตรวจพบเชื้อ V. parahaemolyticus  ได้จากผู้ป่วย ผลการตรวจหา serotype ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุขจากผู้ป่วย 26 ราย พบ serotype O4: K9 ในผู้ป่วย 24 ราย (92.3%), serotype O1:KUT ในผู้ป่วย 1 ราย และ O3:K6 ในผู้ป่วย 1 ราย

      จากข้อมูลสถานการณ์ข้างต้นจะเห็นแนวโน้วการระบาดของเชื้อ V. parahaemolyticus ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษเพิ่มมากขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลง serotype ของเชื้อในการก่อโรคระบาด รวมทั้งการพบสายพันธุ์ที่สร้างสารพิษชนิดทนความร้อนที่เรียกว่า Thermostable direct hemolysin ในอาหารทะเล

การทำให้เกิดโรค
      เกิดจากการกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไปโดยเฉพาะอาหารทะเลพวก กุ้ง ปู ปลา หอย จำนวนเชื้อต้องมีมากพอที่ตั้งแต่ 106-109 ตัวต่อกรัม จึงสามารถทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ อาการมักปรากฏหลังจากกินเชื้อเข้าไป 10 ถึง 12 ชั่วโมง บางรายแสดงอาการภายใน 4 ถึง 96 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความเป็นกรดหรือด่าง ภายในระบบทางเดินอาหาร เชื้อนี้จะเพิ่มจำนวนเป็นเท่าตัวทุกๆ 10 ถึง 15 นาที ที่อุณหภูมิ 37°C เมื่อเข้าสู่ร่างกายเชื้อจะทวีจำนวนขึ้นในลำไส้ เชื้อชนิดสร้างสารพิษมีทั้งสร้างในร่างกายหรือในอาหารก่อนรับประทาน ทำให้มีอาการท้องร่วงรุนแรง มีอุจจาระเหลวเป็นน้ำมีกลิ่นเหม็นเหมือนกุ้งเน่า มักมีอาการปวดเกร็งที่ท้อง ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมีอาการอาเจียนร่วมด้วย มีระยะฟักตัวค่อนข้างสั้น คืออาจเกิดอาการในประมาณ 15-24 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารทะเลซึ่งปนเปื้อนเชื้อนี้ อาการอาจคงอยู่นานถึง 10 วัน แต่ส่วนใหญ่จะทุเลาลงภายใน 3 วัน โดยไม่ต้องรักษา บางรายคล้ายเป็นบิด อุจจาระมีมูกเลือด มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อาการอาจเกิดเฉียบพลัน และอาจรุนแรงจน collapse ได้ อาการที่เป็นอาจหายเองภายใน 2 ถึง 5 วัน แต่อาจจะมีอาการอ่อนเพลียต่อไปอีกหลายวัน อัตราตายต่ำ โรคนี้มักพบในฤดูร้อน ไม่ค่อยพบในฤดูหนาว ดังนั้นสิ่งที่ช่วยวินิจฉัยคือจะได้ประวัติในเกือบทุกรายว่าได้รับประทานอาหารทะเลมาก่อนจะเกิดอาการท้องร่วงไม่กี่ชั่วโมง หรือรับประทานอาหารที่มีอาหารทะเลเกี่ยงข้องเช่น อาหารที่มีเนื้อปูโรยหน้า เป็นต้น

การป้องกัน
      รับประทานอาหารทะเลที่ทำให้สุกและยังร้อนๆอยู่ เพราะเชื้อมักพบได้ในอาหารทะเล ในบางรายแม้ว่าทำให้สุกแล้วอาจวางไว้ปะปนกับอาหารทะเลที่ยังไม่ได้ทำให้สุกทำให้เชื้อผ่านจากอาหารดิบไปยังอาหารสุก จึงควรแยกอาหารสุกและดิบออกจากกัน รวมทั้งแยกอุปกรณ์ในการประกอบอาหารหรือทำความสะอาดอุปกรณ์สำหรับอาหารทะเลก่อนนำไปใช้กับอาหารชนิดอื่น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสของบาดแผลเปิดกับน้ำทะเลหรือน้ำกร่อย

การแพร่กระจายและการเจริญเติบโตของเชื้อ
      การแพร่กระจายของเชื้อมีความสัมพันธ์กับอุณหภูมิของน้ำทะเล ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิของน้ำจะต่ำลงเชื้อสามารถอาศัยในตะกอนใต้พื้นน้ำ เมื่อถึงฤดูร้อนอุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นเชื้อจากตะกอนใต้พื้นน้ำแพร่กระจายเข้าสู่แพลงตอนสัตว์ (zooplankton) เชื้อนี้สามารถย่อยไคติน(เป็นส่วนประกอบในชั้นเปลือกของแพลงตอนสัตว์) เพื่อใช้ในการเจริญเพิ่มจำนวนในฤดูร้อน เชื้อนี้เจริญได้ในช่วงอุณหภูมิ 9.5-45 °C , ช่วง pH 5-11 และสามารถเจริญในอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีเกลือNaCl 0.5-8%

ความทนทานของเชื้อ
1. ถูกทำลายที่อุณหภูมิ 60 °C ในเวลา 15 นาที
2. ถูกทำลายโดยกรด มีผู้ศึกษาพบว่าเชื้อนี้ถูกทำลายด้วยกรดมะนาว (Citric acid) pH 4.4 ในเวลาเพียง 30 นาที
3. ในฤดูหนาวเชื้อสามารถอาศัยในตะกอนใต้พื้นน้ำ
4. สามารถมีชีวิตอยู่ในอาหารหรือน้ำที่มีเกลือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl) ตั้งแต่ 1-8% ถ้ามากกว่า 10% เชื้อจะตาย สามารถอยู่ได้ที่อุณหภูมิต่ำเช่นในเนื้อปู (1-15 °C) นาน 30 วัน, กุ้งปอกเปลือก (3-18 °C) นาน 6 วัน, หอยนางรมแช่แข็งนาน 40-130 วัน