H O M E :: ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
 Search :  
ความรู้ทั่วไปความรู้ทางวิชาการก้าวทันโลกระบาดวิทยาทางห้องปฏิบัติการงานวิจัยแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องFAQ
 
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อ
 


   
เชื้อแบคทีเรีย MRSA

เชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อเรียกว่า Staphylococcus aureus หรือที่นิยมเรียกสั้นๆ ว่าเชื้อ "staph" เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบบริเวณผิวหนังและภายในโพรงจมูกของบุคคลทั่วไป บางครั้งเชื้อนี้ก่อให้เกิดโรคและพบว่าเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ผิวหนังได้บ่อยที่สุดในบรรดาเชื้อก่อโรคทั้งหลาย การติดเชื้อส่วนใหญ่ถือว่าไม่รุนแรง เช่น อาจเกิดเป็นลักษณะของหนองฝีติดเชื้อ และส่วนใหญ่หายเองได้โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามเชื้อ staph อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้เหมือนกัน เช่น การติดเชื้อที่แผลผ่าตัด หรือปอดอักเสบติดเชื้อ ที่ผ่านมาแพทย์รักษาภาวะติดเชื้อ staph ชนิดรุนแรงด้วยยาในกลุ่ม penicillin แต่ปรากฎว่าในระยะหลังพบเชื้อ staph ดื้อยามากขึ้นเรื่อยๆ จึงเรียกเชื้อที่ดื้อยาเหล่านี้ว่า methicillin-resistant Staphylococcus aureus หรือ MRSA

เชื้อ Staph และ MRSA อาจพบได้ที่ผิวหนังและในโพรงจมูกโดยไม่ก่อให้เกิดโรคแต่อย่างใด เรียกภาวะนี้ว่า colonization พบได้ประมาณร้อยละ 25 ถึง 30 ของประชากรทั่วไป ในกรณีที่เชื้อก่อให้เกิดโรค อาจเกิดเป็นภาวะติดเชื้อที่ผิวหนัง กระดูก ปอด หรือติดเชื้อในกระแสโลหิต ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงมากที่สุดและทำให้ผู้ป่วยถึงกับเสียชีวิตได้ เนื่องจากเชื้อ MRSA เป็นเชื้อ staph ชนิดหนึ่ง ดังนั้นการก่อให้เกิดโรคติดเชื้อจึงเหมือนกันทุกประการ อย่างไรก็ตามพบว่าการติดเชื้อ MRSA พบได้บ่อยในโรงพยาบาล

การติดเชื้อ MRSA มักพบในผู้ป่วยที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยเฉพาะผู้ป่วยหนัก ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยแผลกดทับ และผู้ป่วยที่ต้องใช้สายสวนปัสสาวะหรือสายให้น้ำเกลือและยาทางหลอดเลือด การติดเชื้อ MRSA ในโรงพยาบาลมักจะรุนแรง ปัจจัยที่ทำให้พบการติดเชื้อ MRSA ในโรงพยาบาลมากขึ้น ได้แก่ การที่ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานานหลายวัน การใช้ยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์กว้างขวาง การเข้ารับการดูแลในหออภิบาลผู้ป่วยหนัก (ICU) คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ MRSA ในผู้ป่วยหลังผ่าตัด และผู้ที่เป็นพาหะมีเชื้อ MRSA ในโพรงจมูก

เชื้อ MRSA อาจก่อให้เกิดโรคนอกโรงพยาบาลได้เช่นกัน พบว่าการแพร่กระจายของเชื้อ MRSA ที่พบในชุมชน มีความสมพันธ์กับแบบแผนการใช้ยาปฏิชีวนะ สิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อน หรือในชุมชนที่อาศัยร่วมกันอย่างแออัด และเกือบทั้งหมดเป็นการติดเชื้อที่ผิวหนัง ในแง่ของการรักษาทั้งการติดเชื้อ staph และ MRSA มียาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาได้ผลเป็นอย่างดี ส่วนใหญ่แล้วการติดเชื้อ staph ที่ผิวหนังรักษาได้โดยการกรีดหนองออก และอาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะด้วยซ้ำไป อย่างไรก็ตามหากใช้ยาปฎิชีวนะ ก็ควรใช้ยาให้ถูกต้องครบทั้งขนาดและระยะเวลาที่เหมาะสม

การแพร่กระจายของเชื้อ staph และ MRSA เกิดจากการสัมผัสโดยตรง ไม่แพร่กระจายทางอากาศ ดังนั้นวิธีป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อจึงประกอบไปด้วยหลักสำคัญสามประการ ประการแรก ต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ประการที่สอง รักษาความสะอาดของบาดแผลและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำแผล และประการสุดท้าย ต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสบาดแผลหรือสิ่งปนเปื้อนของผู้ป่วย

ที่มา : สำนักงานเลขานุการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์