H O M E :: ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
 Search :  
ความรู้ทั่วไปความรู้ทางวิชาการก้าวทันโลกระบาดวิทยาทางห้องปฏิบัติการงานวิจัยแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องFAQ
 
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อ
 


   
ธาลัสซีเมีย

โรคเลือดจางที่สามารถถ่ายทอดสู่ลูกหลานได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว

      ธาลัสซีเมียเป็นโรคเลือดจากเรื้อรังทางกรรมพันธุ์ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย ผู้ที่มียีนธาลัสซีเมียมีทั้งผู้ที่เป็นโรคและไม่เป็นโรค ผู้ที่เป็นโรคจะมีอาการเลือดจางซึ่งมีความรุนแรงแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของยีนที่ผิดปกติ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 600,000 คน ส่วนผู้ที่ไม่เป็นโรคหรือเรียกอีกอย่างว่า พาหะธาลัสซีเมีย จะไม่มีอาการเลือดจางและมีสุขภาพแข็งแรงเช่นเดียวกับคนปกติทั่วไป ในประเทศไทยมีพาหะธาลัสซีเมียมากกว่า 20 ล้านคน

      ผู้ที่มียีนธาลัสซีเมียทั้งผู้ที่เป็นโรคและไม่เป็นโรคสามารถถ่ายทอดยีนที่ผิดปกติไปสู่ลูกหลานได้ ในแต่ละปี ประเทศไทยมีเด็กเกิดใหม่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียประมาณ 12 คน ต่อเด็กเกิดใหม่ทุกๆ 1,000 คน ธาลัสซีเมียจึงเป็นโรคเลือดจางทางกรรมพันธุ์ที่พบได้บ่อย และกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวโดยที่เราไม่รู้ตัว

ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย

      ผู้ป่วยธาลัสซีเมียเกิดจากการได้รับยีนที่ผิดปกติมาจากพ่อและแม่ ผู้ป่วยจะมีอาการซีด ตาเหลือง ตับม้ามโต ใบหน้าเปลี่ยน ตั้งจมูกยุบ กระโหลกศรีษะหนา โหนกแก้มสูง คางและกระดูกขากรรไกรกว้าง ฟันบนยื่น กระดูกบาง เปราะง่าย ผิวหนังดำคล้ำ ร่างกายเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ และติดเชื้อง่าย

      ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียจะมีอาการรุนแรงแตกต่างกันมากตั้งแต่มีเลือดจางเล็กน้อย เลือดจางมากและเรื้อรัง ไปจนถึงอาการรุนแรงมากจนเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือหลังคลอดไม่นาน
ผู้ป่วยควรดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่สะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น ไข่ และนม ตลอดจนผักสดซึ่งมีโฟลิคสูง จะช่วยในการสร้างเม็ดเลือด หลีกเลี่ยงการทำงาน หรือการเล่นกีฬารุนแรง งดสูบบุหรี่และดื่มสุรา

      การรักษาผู้ป่วยธาลัสซีเมียส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการแพทย์จะให้เลือดเมื่อผู้ป่วยซีดมาก ผู้ที่รับเลือดบ่อยๆ จะมีภาวะเหล็กเกิน ต้องฉีดยาขับเหล็กเข้าใต้ผิวหนัง ส่วนผู้ป่วยที่ม้ามโตมาก แพทย์จะแนะนำให้ตัดม้าม

โอกาสเสี่ยงของการมีลูกเป็นโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย

      ผู้ที่มียีนธาลัสซีเมียทั้งที่เป็นโรคและเป็นพาหะจะสามารถถ่ายทอดยีนที่ผิดปกติไปสู่ลูกหลานได้
      ในกรณีที่พ่อหรือแม่เป็นพาหะเพียงคนเดียว โอกาสที่ลูกเป็นพาหะเท่ากับ 2 ใน 4 หรือครึ่งต่อครึ่ง แต่จะไม่มีลูกคนใดเป็นโรค




      ในกรณีที่พ่อและแม่เป็นพาหะของธาลัสซีเมียทั้งคู่โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคเท่ากับ 1 ใน 4 โอกาสที่จะเป็นพาหะเท่ากับ 2 ใน 4 และ โอกาสที่จะปกติเท่ากับ 1 ใน 4




      ในกรณีที่พ่อและแม่ ฝ่ายหนึ่งเป็นโรค และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะ โอกาสที่ลูกจะเป็นโรคเท่ากับ 2 ใน 4 และ โอกาสที่จะเป็นพาหะเท่ากับ 2 ใน 4 โดยลูกไม่มีโอกาสปกติเลย



      ทั้งนี้อัตราเสี่ยงในการเป็นโรคหรือพาหะในแต่ละครอบครัวจะเท่ากันทุกครั้งของการตั้งครรภ์

พาหะธาลัสซีเมีย

      พาหะธาลัสซีเมียเกิดจากการได้รับยีนที่ผิดปกติมาจากพ่อหรือแม่ผู้ที่เป็นพาหะจะมียีนที่ผิดปกติเพียงข้างเดียว และยังคงมียีนที่ปกติเหลืออยู่เพียงพอที่จะทำหน้าที่ทดแทนยีนที่ผิดปกติได้ ผู้ที่เป็นพาหะจึงมีสุขภาพดีเหมือนคนปกติทั่วไป แต่จะสามารถถ่ายทอดยีนที่ผิดปกติไปสู่ลูกหลานได้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่พ่อและแม่เป็นพาหะของธาลัสซีเมียทั้งคู่มีโอกาสที่จะมีลูกเป็นโรคธาลัสซีเมียเท่ากับ 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25

ผู้ที่มีโอกาสเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย

      - คนปกติทั่วไปมีโอกาสเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียชนิดใดชนิดหนึ่งถึงร้อยละ 30-40
      - ผู้ที่มีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมีย
      - ผู้ที่มีญาติเป็นโรคธาลัสซีเมียหรือพาหะ

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นพาหะหรือผู้ป่วยธาลัสซีเมียหรือไม่

      การตรวจวินิจฉัยธาลัสซีเมียสามารถทำได้โดยการเจาะเลือดส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งมี 2 ขั้นตอน :

  1. การตรวจกรอง (OF/DCIP) หากผลการตรวจกรองเป็นลบแสดงว่าผู้นั้นเป็นคนปกติ ไม่จำเป็นต้องตรวจโดยวิธีพิเศษ แต่หากผลการตรวจกรองเป็นบวก จะต้องทำการตรวจวินิจฉัยหาชนิดของความผิดปกติต่อไป
  2. การตรวจหาชนิดและปริมาณของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง เพื่อวินิจฉัยพาหะและผู้ป่วยธาลัสซีเมียชนิดต่างๆ

 

ผู้ที่ควรจะเข้ารับการตรวจวินิจฉัยธาลัสซีเมีย
  • ผู้ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์
  • ผู้ที่กำลังจะแต่งงาน/แต่งงานแล้วและกำลังวางแผนจะมีบุตร
  • ผู้ที่มีญาติในครอบครัวเป็นพาหะหรือผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
  • สตรีตั้งครรภ์ ควรรีบตรวจโดยเร็วที่สุด
การป้องกันโรคธาลัสซีเมียสามารถทำได้อย่างไร

      ผู้ที่เป็นพ่อและแม่สามารถป้องกันโรคนี้ไปให้ถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานได้โดยวิธีง่ายๆ คือ เข้ารับการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยธาลัสซีเมียทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจเพียงเล็กน้อยก็สามารถทราบว่าคู่เสี่ยงในการมีบุตรเป็นโรคหรือไม่

      หากท่านและคู่สมรสมียีนธาลัสซีเมียทั้งคู่ แสดงว่าเป็นคู่ที่เสี่ยงในการมีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมีย จะต้องได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางเลือกในการหลีกเลี่ยงการมีบุตรเป็นโรคโดยวิธีเพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยให้ท่านมีบุตรที่มีสุขภาพดี ไม่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย และเป็นขวัญในของทุกคนในครอบครัวตลอดไป


สถานที่ให้บริการ : สถานพยาบาลใกล้บ้านท่าน
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กระทรวงสาธารณสุข อ. เมือง จ. นนทบุรี
โทร 589-9850-4 ต่อ 9446, 9441