H O M E :: ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
 Search :  
ความรู้ทั่วไปความรู้ทางวิชาการก้าวทันโลกระบาดวิทยาทางห้องปฏิบัติการงานวิจัยแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องFAQ
 
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อ
 


   
ไข้กาฬหลังแอ่น

ไข้กาฬหลังแอ่น

      ไข้กาฬหลังแอ่น เป็นโรคติดต่อทางระบบหายใจ มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย (Neisseria meningitidis) ที่มีแหล่งสะสมตามธรรมชาติคือ คนสามารถพบในบริเวณลำคอโดยไม่ทำให้เกิดโรคในลักษณะที่เรียกว่า พาหะ (Carrier) เนื่องจากผู้ที่เป็นพาหะ มีภูมิคุ้มกันที่สร้างไว้ในวัยเด็กหลงเหลืออยู่ โดยสามารถต้านเชื้อชนิดที่ก่อโรครุนแรงได้ นอกจากนี้หากเชื้อที่มีการแพร่กระจาย ไม่ใช่ชนิดที่รุนแรงการเกิดโรคก็จะน้อยลง จากการสำรวจในปี 2531 พบเด็กที่เป็นพาหะในอัตราร้อยละ 14

      การเกิดโรค ระยะฟักตัวอยู่ระหว่าง 2-10 วัน ปกติ 3-4 วัน พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ แต่ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีสุขภาพอ่อนแอจะมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูงกว่า โดยเชื้อในลำคอจะเพิ่มจำนวนแล้วเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปยังเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningiltis) ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดโดยเริ่มจากการเจ็บคอ ปวดศีรษะและกล้ามเนื้อตามด้วยไข้สูงและมีอาการซึม ในกรณีที่เชื้อเข้าสู่กระแสเลือด (Meningococcemia) ซึ่งเป็นอาการที่พบมาก ในเด็กวัยเรียนและวัยหนุ่มสาวจะมีอาการรุนแรงและรวดเร็ว โดยเลือดจะมาหล่อเลี้ยงที่ปลายหลอดเลือดเป็นจำนวนมาก ร้อยละ 75 ของผู้ป่วยจะมีผื่น เลือดออกตามผิวหนัง ในรายที่รุนแรงจะมีเลือดออกในลำไส้และต่อมหมวกไต รวมทั้งภาวะที่เลือดจับตัวกันเป็นลิ่มทั่วร่างกาย (Waterhouse-Friderichsen Syndrome) จนเกิดอาการช็อกและเสียชีวิตในที่สุด

      การเก็บตัวอย่าง ในกรณีผู้ป่วยให้เจาะน้ำไขสันหลัง (CSF) หรือเลือดนำส่งในสภาพที่มีความชื้นและไม่เก็บในอุณหภูมิต่ำเพื่อย้อมแกรมและเพาะเชื้อทันที ไม่ควรใส่สารกันการแข็งตัว (Anticoagulant) ลงใน TSB (Tryptic Soy Broth) หรือ BHI (Brain Heart Infusion Broth) ที่เตรียมไว้สำหรับใส่เลือด กรณีผู้ที่เป็นพาหะให้เก็บ Nasopharyngeal Swab (โดยใช้ไม้พันสำสีที่ต้มในพัฟเฟอร์เพื่อทำลายกรดไขมันแล้ว) ป้ายลงบน chocolate agar slant หรือ plate เก็บใน candle jar พร้อมก็าซ CO2 แล้วนำส่งห้องปฏิบัติการภายใน 24 ชั่วโมง

      การติดต่อ ติดต่อโดยการหายใจเอาเชื้อเข้าไปหรือสัมผัสกับเสมหะเพราะเชื้อนี้มีคนเป็นแหล่งโรคเท่านั้น สำหรับผู้ป่วยควรได้รับการรักษาในระยะแรกคือช่วงที่มีอาการเจ็บคออย่างรุนแรงก็สามารถหายได้

      การป้องกัน กระทำได้โดย ให้ยาปฏิชีวนะในผู้ที่สัมผัสโรค และหลีกเลี่ยงการอยู่ในแหล่งชุมชนที่หนาแน่นที่ขาดระบบสุขาภิบาลที่ดี หรือในที่แออัดไม่มีการถ่ายเทอากาศเพียงพอเป็นเวลานาน

      ไข้กาฬหลังแอ่น เป็นโรคที่พบมีการระบาดทั่วไปในประเทศแถบตะวันออกกลาง (ซาอุดิอาระเบีย) แอฟริกา อเมริกา และในประเทศแถบเอเชีย (พม่า กัมพูชา เวียดนาม) ในประเทศไทยมีรายงานพบโรคนี้ประปรายทุกปี โดยมีการระบาดในนักโทษและเสียชีวิต 1 ราย เมื่อปี พ.ศ. 2538 และปี 2539 มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จากสถิติที่ผ่านมาพบผู้เสียชีวิตไม่เกิน 10 รายต่อปี เชื้อแบคทีเรียสาเหตุของโรคแบ่งออกเป็น 13 ชนิด และ 5 ชนิดคือ A B C Y และ W135 พบเป็นสาเหตุของโรคระบาดมากกว่า ในช่วง พ.ศ. 2536 - 2539 ประเทศไทยมีการตรวจพบเชื้อชนิด A และ B มากที่สุด สำหรับวัคซีนที่ฉีดให้แก่ผู้ป่วยที่จะเดินทางไปต่างประเทศหรือท้องที่พบมีการระบาดของโรคนี้เป็นชนิด A และ C ซึ่งจะสามารถรับบริการได้ ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
    - กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข
    - ฝ่ายควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ในบริเวณตรวจคนเข้าเมืองถนนสาธรได้
    - ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ดอนเมือง
    - ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าเรือกรุงเทพ ฯ คลองเตย
    - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 14 จังหวัดในภาคใต้
      อย่างไรก็ตามโดยสาเหตุที่ยังไม่มีวัคซีนที่ครอบคลุมเชื้อได้ทุกชนิด รวมทั้งอาการของโรคมีความรุนแรงและเกินขึ้นอย่างรวดเร็ว หากพบผู้ป่วยที่ต้องสงสัยต้องรายงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที


ฝ่ายบักเตรีทั่วไป สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงาน