H O M E :: ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
 Search :  
ความรู้ทั่วไปความรู้ทางวิชาการก้าวทันโลกระบาดวิทยาทางห้องปฏิบัติการงานวิจัยแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องFAQ
 
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อ
 


   
บิดชิเกลล่า(Shigellosis,Baciillary dysentery)


ผู้เรียบเรียง : อรุณ บ่างตระกูลนนท์
กลุ่ม/ฝ่าย/งาน : WHO National Salmonella & Shigella Center (NSSC)
ฝ่ายบักเตรีลำไส้
กลุ่มงานบักเตรีทางการแพทย์
โทรศัพท์ติดต่อ : 9250, 9440

ชื่อโรค
      บิดชิเกลล่า(Shigellosis,Baciillary dysentery)

กลุ่มจุลินทรีย์ก่อโรค
      Genus Shigella จัดอยู่ใน Family Enterobacteriaceae เป็น nonmotile bacteria, เป็นแบคทีเรียแกลมลบรูปท่อน aerobic bacteria ไม่สร้างสปอร์ เชื้อ Shigella     เป็นแบคทีเรียก่อโรคลำไส้ที่สำคัญ และรู้จักกันดีมาเป็นเวลานาน เป็นสาเหตุสำคัญของโรคบิด ชนิดไม่มีตัว (Shigellosis)   ส่วนใหญ่พบในอุจจาระ แต่ยังพบว่าเป็นสาเหตุของ vaginitis ในเด็กหญิงเล็กได้Shigella   โดยถูกจัดแบ่งออกเป็น 4 serogroups หรือ 4 species ดังนี้

Serogroup of Shigella

Species

Serogroup

Serotypes

S. dysenteriae

A

1-Oct

S. flexneri

B

1-6 with subtypes, X, Y

S. boydii

C

15

S. sonnei

D

1

      ในปัจจุบันนี้ S. dysenteriae   มีทั้งหมด 12 Type (type 1 - 12)
S. boydii   มีทั้งหมด 18 Type (type 1 - 18)

กลุ่มอาการ

      ครั้งแรก Shigella   ถูกจัดให้เป็นกลุ่มที่เกิดโรค bacillary diarrhea (dysentery) มาตั้งแต่ คริสศตวรรษที่ 19 โดยเป็นสาเหตุให้เกิดถ่ายอุจจาระมีเลือดออก (bloody diarrhea) และไม่มีเลือด (non-bloody diarrhea) โดยปกติมักพบสาเหตุเริ่มมาจากการแพร่ทางน้ำ Shigella   ทำให้เกิดโรคบิด (bacillary dysentery) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่ง คือ Shigellosis   การติดเชื้อได้จากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อปนอยู่ จำนวนเชื้อที่กินเข้าไปเพียงเล็กน้อยประมาณ 200-1,000 ตัว ก็สามารถก่อโรคได้ ซึ่งต่างจากเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหารชนิดอื่น ๆ ที่ต้องใช้ปริมาณมากกว่า เชื้อสามารถเข้าไปแบ่งตัวและสามารถ ทำลายเซลล์ เยื่อบุลำไส้ใหญ่ เมื่อเซลล์ตายจะทำให้เกิดการอักเสบ เป็นหนองและเกิดแผลในลำไส้
      เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย ภายใน 1-4 วัน จะมีไข้ ท้องเดิน อาเจียน และมีเลือดปนออกมาในอุจจาระภายใน 12-72 ช.ม. ภายหลังจากเริ่มมีอาการ ส่วนมากเป็นอยู่ 3-7 วัน คนเป็นพาหะของ Shigella   ได้ดี ยังไม่เคยมีรายงานว่าพบในสัตว์ (ยกเว้นลิง) ผู้ป่วย Shigellosis ที่หายแล้วหรือผู้ได้รับเชื้อแต่ไม่เกิดโรค (inapparent infections) จำนวนหนึ่ง จะมีเชื้อในอุจจาระต่อไปเป็นเวลาหลายเดือน แต่ที่จะเป็นพาหะเรื้อรังแบบ Salmonella   Typhi นั้นมีน้อย
      การแพร่ระบาดของ Shigella  มักเป็นการกระจายแบบบุคคลสู่บุคคล ส่วนการติดเชื้อมักพบการปนเปื้อนในอาหารและน้ำ รวมไปถึงยังพบได้ในกลุ่ม Homosexual ได้ด้วย Shigella   ทั้ง 4 serogroup จะเป็นสาเหตุให้เกิดท้องร่วงได้ทั้งหมด
      ข้อมูลในอเมริกายังคงมีรายงาน Shigella   ประมาณ 20,000 รายต่อปี แต่มีการประมาณว่าจะมีการติดเชื้อนี้สูงถึง 400,000 รายที่ตรวจไม่พบ โดย 20 % ในอเมริกาจะเกิดขึ้นในกลุ่มที่มีการเดินทางระหว่างประเทศ ในสหรัฐพบ S. sonnei   จะพบมากที่สุด รองลงไปตามลำดับคือ S. flexneri, S. dysenteriae, S. boydii   ซึ่งมักจะพบ S. sonnei , S. flexneri  
      สำหรับประเทศไทยพบ S.sonnei   มากที่สุด รองลงมาได้แก่ S. flexneri   จากรายงานกองระบาดวิทยาปี 2539 รายงานว่ามีผู้ป่วยโรคบิดที่เกิดจากเชื้อ Shigella   มีจำนวน 3.4 ต่อประชากรแสนคน พบว่ามีอัตราป่วยสูงสุดในปี 2530 และเริ่มลดลงในปี 2532 ในระยะ 10 ปี ที่ผ่านมาอัตราป่วยด้วยโรคบิดลดลงประมาณ 2.7เท่าส่วน
      ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา มักพบ S. flexneri    และ S. dysenteriae 1    ส่วนในกลุ่มประเทศพัฒนามักพบ S. sonnei  

อาการทางคลินิก
      ไข้สูง เกิน 38.5 0C นำมาก่อน 2 - 3 วัน (ไข้อาจนาน ประมาณ 2 - 3 วัน) ปวดท้อง ถ่ายเหลวเป็นน้ำ 2 - 3 ครั้ง ต่อมาถ่ายเป็นมูกเลือด ปวดเบ่ง (เหมือนถ่ายไม่สุด) ถ่ายกระปิดกระปรอย อาจมีคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย ในเด็กอาจมีอาการชักร่วมด้วย

รายละเอียดโดยย่อ
      Shigella   สามารถอยู่ในอุจจาระที่ติดตามเสื้อผ้า และโถส้วมได้นานหลายวัน เชื้อนี้จะถูกทำลายได้ง่ายด้วยกรด เช่น กรดฟอร์มิก กรดอซิติก และ Bismuth sulfite เชื้อนี้ทนต่ออุณหภูมิต่ำได้ดี ขึ้นกับความชื้นที่แตกต่างกัน       Shigella   เป็นแบคทีเรียแกรมลบ รูปท่อน เป็นแอโรบิคแบคทีเรียไม่สร้างสปอร์ ไม่เคลื่อนไหว อยู่ในสกุล Enterobacteriaceae oxidase negative ในบาง species สร้างแก็สจากการ ferment carbohydrate คือ S. flexneri 6, S. boydii 13 และ S. boydii 14          ในกรณีที่เปรียบเทียบกับเชื้อ Escherichia, Shigella   จะมีอัตราการใช้ Carbohydrate ต่ำกว่า Selective media   ที่ใช้ในปัจจุบันมีดังนี้       อาหารเลี้ยงเชื้อ ในระดับ low selective ได้แก่ MaeConkey (MAC)       อาหารเลี้ยงเชื้อ moderate to high selective ได้แก่ XLD agar ,SS agar, DHL agar, Hektoen Enteric agar (HE) Desoxycholate citrate agar (DCA)       สำหรับ SS agar ถ้าใช้ต้องระวังในแง่ที่อาจยับยั้งบาง strain ของ S. dysenteriae 1          โคโลนีมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตร ลักษณะกลม ขอบเรียบ ผิวเรียบมัน ไม่มีสี ไม่ทึบแสง เจริญได้ดีบนอาหารเลี้ยงเชื้อ MacConkey agar, SS agar, DHL agar บางครั้งโคโลนีที่พบอาจเป็น mucoid colony ส่วน S. dysenteriae type  1 มักจะมีโคโลนีขนาดเล็กนูน โดยเฉพาะบน XLD จะมีขนาดเล็กและมีสีแดงหรือชมพู มากกว่า Shigella   กลุ่มอื่นๆ

การติดต่อของเชื้อมาสู่คน
      สามารถพบเชื้อได้จากทางเดินอาหารของคน และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มักไม่พบในสัตว์ คนที่เป็นพาหะเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญ อีกทั้งสามารถพบเชื้อได้จากน้ำและอาหารที่ไม่สะอาดได้

การควบคุมป้องกัน
      1. สุขวิทยาส่วนบุคคลที่ถูกต้อง มีการล้างมือฟอกสบู่ ภายหลังเข้าห้องน้ำ และอาหาร
      2. ไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยโรคบิดเข้าทำงานสัมผัสอาหาร

เอกสารอ้างอิง
      1. จุณจันทร์ เมนะพันธุ์ ขั้นตอนการวินิจฉัยแบคทีเรียในลำไส้ สัมมนาเชิงปฏิบัติการ การวินิจฉัยแบคทีเรียก่อโรคลำไส้ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาวิทยาลัยขอนแก่น 2531
      2. พรรณิภา ศิริเพิ่มพูล การเก็บรักษาและนำส่งสิ่งส่งตรวจ สัมมนาเชิงปฏิบัติการ การวินิจฉัย แบคทีเรีย ก่อโรคลำไส้ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2531
      3. โสภณ คงสำราญ แบคทีเรียก่อโรคในระบบทางเดินหาร คู่มือการตรวจอุจจาระ เพื่อหาปาราสิต และ แบคทีเรีย สมาคมปาราสิตวิทยา และอายุรศาสตร์เขตร้อนแห่งประเทศไทย
      4. Bernard R, Gross RJ. Genus II Shigella. In: Krieg NR, Holt JG, eds. Bergey's Manual of Systemic Bacteriology. Baltimore: William and Wilkins, 1984
      5. Difco, Laboratories Difco Manual of Dehydrated Culture Media and Reagent for Microbiological and Clinical laboratory Procedures Michigan, Difco Laboratories Incorparated, 1984
      6. Ewing W.H. 1986. Edwards and Ewing's Identification of Enterobacteriaceae, 4th edition. Elsevier Science Publishing Co., Inc., New York.
      7. Ewing W Edwards and Ewing 's. Identification of Enterobacteriaceae , 4th .Elsevier Science Publishing Co.Inc, New York 1986 P.27-45 and P.137-172
      8. Greenberg , A.E., Clesceri, L.S., and Eaton, A.D.(eds), 1992. Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater, 18th . ed.,American Public Health Association. Washington, D.C p.9-45.
      9. Hayashi Hideo and others. Manual for SEAMIC Technical Training Course on Gastrointestinal Infections. National Institute Health Thailand, 20-24 January 1992.
      10. Kauffmann F. Classification of Bacteriology. Copenhagen :Munksgaad, 1975.
      11. Kauffmann F. The Bacteriology of Enterobacteriaceae. Copenhagen: Munksgaard, 1966.
      12. Kelly MT, Brenner DJ, Farmer III JJ. Enterobacteriaceae. In: Lennette EW, Belows A, Hausler WJ,Shadomy HJ, eds. Manual of Clinical Microbiology. 4th ed. Washington DC:American Society for Microbiology, 1985
      13. Manual of Clinical Microbiology 1999
      14. Minor LL. Genus III Salmonella In: Krieg NR, Holt JG, eds. Bergey'sManual of Systemic Bacteriology. Baltimore : William and Wilkins,1984.
      15. Smith, Alice Larraine, Principles of Microbiology, Saint Louis The C.V. Mosby Company 1981.
      16. World Health Organization Laboratory Investigation of Acute Enteric Infection 1989. National Workshop on Transfer of Appropriate Technology for Diagnosis and Surveillance of Shigellosis National Institute of Health. Thailand 15-18 August 1989.
      17. World Health Organization. Manual of laboratory investigations of acute enteric infection. Control of diarrheal diseases. 1987
      18. Zen-Joje, Hiroshi and others. Manual for the Isolation and Identification of Enteropathogenic Bacteria. Tokyo, Heibunsha Printing Company, 1976.

ที่ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
       WHO National Salmonella & Shigella Center
       ฝ่ายบักเตรีลำไส้
       กลุ่มงานบักเตรีทางการแพทย์
       สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
       กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
       กระทรวงสาธารณสุข
       โทรศัพท์ : 02-9510000 -15, 5910203 - 4 ต่อ 9250, 9440
      โทรสาร : 02-5915449
      หรือติดต่อ : อรุณ บ่างตระกูลนนท์

คำสำคัญ( Keyword )
      แบคทีเรียแกรมลบ
      บิดชิเกลล่า
      อุจจาระร่วง
      Baciillary dysentery
      Enterobacteriaceae
      Shigellosis