H O M E :: ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
 Search :  
ความรู้ทั่วไปความรู้ทางวิชาการก้าวทันโลกระบาดวิทยาทางห้องปฏิบัติการงานวิจัยแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องFAQ
 
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคติดเชื้อและพาหะนำโรค
แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อ
 


   
ไซโตเมกะโลไวรัส (Cytomegalovirus or CMV)


ผู้เรียบเรียง : สุขใจ ผลอำไพสถิตย์
กลุ่ม/ฝ่าย/งาน : ฝ่ายไวรัสก่อมะเร็ง กลุ่มงานไวรัสระบบไหลเวียนโลหิต
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
โทรศัพท์ติดต่อ : 5899850-8 ต่อ 9206

ชื่อเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค
      ไซโตเมกะโลไวรัส (Cytomegalovirus or CMV)

กลุ่มจุลินทรีย์ก่อโรค
      Herpesvirus group

ลักษณะของเชื้อ
      Family herpesviridae, subfamily Betaherpesviruses, DNA ของ ไวรัส เป็นสายตรงคู่ ขนาด 240 kilobase pairs

รายละเอียดโดยย่อ

      การติดเชื้อ CMV พบได้ทุกภูมิภาคทั่วโลก และในประชากรทุกกลุ่ม แต่จะพบมากในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ในกลุ่มประชากรที่มีเศรษฐานะต่ำ เชื้อ CMV ติดต่อเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ ทารกได้รับเชื้อจากมารดาในครรภ์ ,ในระยะคลอด, ในระยะให้นม, การถ่ายเลือด ,การปลูกถ่ายอวัยวะ,เพศสัมพันธ์, ทางหายใจ(โดยสัมผัสละอองฝอยในอากาศ ) และทางการสัมผัส( โดยสัมผัสน้ำลาย ,ปัสสาวะ) แหล่งของเชื้อ CMV พบได้จากสารคัดหลั่งหลายชนิด เช่น น้ำลาย, ปัสสาวะ, น้ำอสุจิ, สารคัดหลั่งจากปากมดลูก, น้ำนม, น้ำตา, อุจจาระ และ เลือด มีหลักฐานพบการติดเชื้อ CMV ครั้งแรกที่ประเทศบราซิล และหลังจากนั้น เชื้อ CMVสายพันธุ์ต่างๆมากมาย ก็แพร่กระจายไปในหมู่ประชากรทั่วโลก ประชากรส่วนใหญ่มักจะได้รับเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้วตั้งแต่วัยเด็ก โดยไม่มีอาการของโรค นอกจากบางกลุ่มที่อาจเป็นโรค Mononucleosis ซึ่งมีอาการไข้สูงเป็นเวลานาน มีตับอักเสบเล็กน้อย ดังนั้นในกลุ่มประชากรส่วนใหญ่ การติดเชื้อ CMV ไม่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อ CMV ก่อให้เกิดอาการโรคที่รุนแรงในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ ได้แก่ การติดเชื้อในทารกในครรภ์ คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเปลื่ยนอวัยวะ(organ transplant recipients) และคนไข้ติดเชื้อ HIV

การติดต่อของเชื้อมาสู่คน

      

  • การติดต่อของเชื้อในคนปกติ

  •             มักจะพบในผู้ใหญ่ อาจได้รับเชื้อทางการให้เลือด ,การสัมผัสทางปาก หรือ ทางเพศสัมพันธ์       
  • การติดต่อของเชื้อในเด็กทารกในครรภ์

  •             ประชากรส่วนใหญ่มักได้รับเชื้อ CMV ตั้งแต่วัยเด็ก ดังนั้นเมื่อไวรัส CMV ในมารดาที่ถูกกระตุ้น (reactivated virus) หรือ เมื่อมารดามีการติดเชื้อซ้ำ(reinfection) เชื้อไวรัสก็จะแพร่ไปสู่ทารกในครรภ์ได้ หรือเมื่อมารดาติดเชื้อไวรัสCMV ครั้งแรก       
  • การติดต่อของเชื้อในคนไข้เปลื่ยนถ่ายอวัยวะ

  •             คนไข้ที่ได้รับอวัยวะไม่มีภูมิคุ้มกันของไวรัส CMV แต่ได้รับอวัยวะจากผู้บริจาคที่มี ภูมิคุ้มกัน จึงเป็นการติดเชื้อครั้งแรก นอกจากนี้ก็เป็นอิทธิพลของ ภาวะภูมิคุ้มกันที่ลดลงของผู้รับและผู้ให้อวัยวะเอง และทำให้ไวรัสถูกกระตุ้นเกิดการติดเชื้ออีก หรือมีการติดเชื้อใหม่ของผู้ที่ได้รับอวัยวะที่มีภูมิคุ้มกัน       
  • การติดต่อของเชื้อในคนไข้เอดส์

  •             ในสภาวะที่คนไข้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ไวรัส CMV จะถูกกระตุ้นเกิดการติดเชื้ออีก

    อาการสำคัญ

          อาการเมื่อติดเชื้อในคนปกติ : mononucleosis syndrome มีอาการที่พบมากคือ ไข้สูงนาน,ปวดกล้ามเนื้อ หรือมีอาการ ปอดบวม,ตับอักเสบ และอาการทางสมอง อาการในเด็กทารก:มีตั้งแต่อาการอย่างอ่อน ถึงอาการที่รุนแรงทางสมองและระบบประสาท ได้แก่ hepatosplenomegaly, thrombocytopenia, petechiae, microcephaly, chorioretinitis, hepatitis และ sensorineutral hearing loss. อาการในคนไข้เปลื่ยนถ่ายอวัยวะ:prolonged fevers ,leukopinia, thrombocytopenia, hapatitis และ pnuemonia อาการในคนไข้เอดส์: มีอาการของโรคเกือบทุกอวัยวะโดยเฉพาะ ปอด, สมอง และ ลำไส้ รวมทั้งผิวหนัง เช่น pneumonia, retinitis, encephalitis, esophagitis, gastritisและ enterocolitis.

    การควบคุมปัองกัน
          การป้องกันการติดเชื้อไวรัส CMV ได้มีการเตรียมวัคซีนในช่วงปลายปีพ.ศ.2513 ถึงต้น ปี พ.ศ2523 เป็นวัคซีนที่เตรียมจากตัวเชื้อ นำมาทำให้อ่อนฤทธิ์ แต่ไม่ประสพความสำเร็จ เพราะไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันต่อ เชื้อไวรัสได้ ปัจจุบันมีวัคซีนอีกชนิดหนึ่ง (subunit vaccine)ได้รับความสนใจมาก โดยที่มีความต้องการผลิดโปรตีนของเชื้อไวรัสCMV จากขบวนการตัดต่อยีน มาใช้เตรียมวัคซีนแทนตัวเชื้อ โปรตีนเหล่านั้นเช่น major envelope glycoprotein, matrix protein หรือ envelope glycoprotein. การศึกษาวัคซีนดัง กล่าวได้ผลดีในสัตว์ทดลอง แต่ยังมีการศึกษาในคนค่อนข้างจำกัด ในขณะนี้
          นอกจากการป้องกันโดยการพัฒนาวัคซีนแล้ว ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในเด็ก ทารกซึ่งค่อนข้างมีปัญหามาก ถ้าสามารถหยุดการแพร่กระจายของเชื้อเบื้องต้นได้ ก็จะทำ ให้อัตราการติดเชื้อในทารกลดลงได้ โดยเฉพาะในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่ไม่เคยได้รับเชื้อไวรัส CMV มาก่อนจะมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อและแพร่ไปสู่ทารกได้ เนื่องจาก ไวรัสสามารถ ติดต่อได้ทางการสัมผัสสารคัดหลั่งเช่น น้ำลาย ,ปัสสาวะ ดังนั้นการให้การศึกษาผู้ที่เกี่ยว ข้อง(ผู้ปฏิบัติงานในสถานเลี้ยงเด็ก, ครูอนุบาล, แพทย์ และ ผู้เป็นแม่)ในเรื่องของสุขอนามัย ส่วนตัวเป็นเรื่องที่ต้องตระหนักอย่างยิ่ง

    ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลทารกและเด็ก
          1.ผู้ปฏิบัติงานเพศหญิงควรได้รับความรู้เกี่ยวกับการติดต่อของเชื้อไวรัสCMV และปฏิบัติตน ให้ถูกสุขอนามัยเช่น การล้างมือทุกครั้งจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
          2. ผู้ปฏิบัติงานควรมีการตรวจหา แอนติบอดีต่อเชื้อไวรัสCMV บ้าง เพื่อรู้สถานภาพของ ภูมิคุ้มกัน
          3 ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการรับเชื้อ CMV ที่จะมีผลกระทบต่อทารกในหญิงมีครรภ์ที่ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการดูแลทารกหรือเด็ก

    เอกสารอ้างอิง
          1. Britt WJ, Alford CA. Cytomegalovirus. In : Fields BN, Knipe DM, Howley PM, et al. eds. Fields Virology. Philadelphia: Lippincott-Raven Publishers, 1996 :2493-2523.
          2. ตันติวนิช, ส Human Cytomegalovirus. ใน : พุธวัฒนะ พ และ อยู่สุข ช, บรรณาธิการ. Human Herpesviruses, พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์อักษรสมัย. 2538 : 3.1-3.15.
          3. Center for disease control and prevention. http://www.cdc.gov/ 1996.

    คำสำคัญ( Keyword )
          Congenital cytomegalovirus infection, Cytomegalovirus, transplantation, HIV