H-O-M-E
click here goto the top of the page
เข้าชมเป็นคนที่ : 1932
   
ความปลอดภัยในการบริโภคน้ำนมถั่วเหลืองกับปริมาณสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้าง


พัชรวรรณ จงมีวาสนา, อรวรรณ พัฒนกิจจารักษ์ และกนกพร อธิสุข
กองอาหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


       จากกระแสความนิยมในการบริโภคอาหารที่ทำจากธัญพืชและถั่วมีแนวโน้มสูงขึ้น น้ำนมถั่วเหลืองหรือนำเต้าหู้จึงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทุกวัย เนื่องจากเป็นที่ยอมรับว่าการบริโภคน้ำนมถั่วเหลืองนั้นมีประโยชน์สูง ราคาถูกและมีจำหน่ายทั่วไป แต่ถั่วเหลืองเป็นพืชไร่ที่ในระหว่างการเพาะปลูกจำเป็นต้องมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืช ดังนั้นผู้บริโภคน้ำนมถั่วเหลืองอาจได้รับสารตกค้างที่เกิดจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในถั่วเหลืองได้ จากข้อมูลผลการวิเคราะห์ของกองอาหาร ใน ปี พ.ศ. 2543 - 2544 พบว่าน้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะปิดสนิท 43 ตัวอย่าง ตรวจพบการตกค้าของสารเอ็นโดซัลแฟน 5 ตัวอย่าง ปริมาณ 0.004 - 0.022 มก./กก. ดังนั้นเพื่อให้ทราบถึงความปลอดภัยในการบริโภคน้ำนมถั่วเหลือง ใน ปี พ.ศ. 2545 จึงทำการสำรวจปริมาณการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช 2 กลุ่มได้แก่ กลุ่มสารประกอบคลอรีน และสารประกอบฟอสเฟต ที่มีการใช้ในการเพาะปลูกถั่วเหลือง โดยเก็บตัวอย่างถั่วเหลืองจากตลาดในกรุงเทพและปริมณฑล และจังหวัดที่เป็นแหล่งปลูก 4 จังหวัด รวม 34 ตัวอย่าง เก็บตัวอย่างน้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะปิดสนิท 13 ตัวอย่างและน้ำเต้าหู้ 17 ตัวอย่าง ตัวอย่างรวม 30 ตัวอย่าง ผลการตรวจไม่พบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชกลุ่มสารประกอบฟอสเฟตในถั่วเหลืองและน้ำนมถั่วเหลืองทุกตัวอย่าง ส่วนสารประกอบคลอรีนตรวจพบชนิดเดียว คือ สารเอ็นโดซัลแฟน ในถั่วเหลืองพบ 22 ตัวอย่าง ปริมาณที่พบ < 0.004-0.121 มก./กก. น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะปิดสนิทพบ 1 ตัวอย่าง ปริมาณที่พบ 0.004 มก./กก. ส่วนน้ำเต้าหู้ ตรวจไม่พบทุกตัวอย่าง เมื่อคำนวณปริมาณการได้รับสารเอ็นโดซัลแฟน โดยคิดว่า 1 วัน ดื่มน้ำนมถั่วเหลือง 1 แก้ว ปริมาตร 250 มล. จะได้รับสารเอ็นโดซัลแฟนต่ำกว่าค่าปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลกกำหนดถึง 300 เท่า นอกจากนั้นยังทำการทดลองเพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างเอ็นโดซัลแฟนที่พบในถั่วเหลืองกับปริมาณสารตกค้างในน้ำนมถั่วเหลืองที่ผ่านกรรมวิธีการผลิต พบว่าปริมาณสารที่พบจะน้อยลงประมาณ 7 เท่าซึ่งเท่ากับสัดส่วนน้ำที่เติมเข้าไป ดังนั้นถึงแม้ว่าระดับการตกค้างของถั่วเหลืองและน้ำนมถั่วเหลืองจะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย ผู้ผลิตควรเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ มีปริมาณสารตกค้างต่ำและมีกรรมวิธีการผลิตที่สะอาดเพื่อให้ได้น้ำนมถั่วเหลืองที่ทั้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค