H-O-M-E
click here goto the top of the page
เข้าชมเป็นคนที่ : 1957
   
สารพิษในหน่อไม้


           คนไทยนิยมบริโภคหน่อไม้ เนื่องจากสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายชนิดและยังจะได้รับกากใยอาหารที่ช่วยดูดซับสารพิษ เพิ่มปริมาณกากอาหาร
ทำให้รู้สึกอยากถ่าย แต่คนส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ทราบว่า หน่อไม้ ที่เรานิยมบริโภคมีสารพิษอยู่ตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับมันสำปะหลัง คือสารประกอบที่เรียกว่า Cyanogenic glycoside ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ ซึ่งมีพิษต่อร่างกาย
นอกจากพืช 2 ชนิดนี้แล้ว ยังพบใน almonds, millet sprouts, Lima beans, sorghum ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชที่ไม่ได้ปลูกในประเทศไทย

            จากการรายงานของ Food Standards Australia New Zealand (FSANZ) ปี 2004 พบว่า หน่อไม้มีประมาณ 1200 พันธุ์ แต่ที่ใช้บริโภคเป็นอาหาร มีไม่กี่พันธุ์หน่อไม้ แต่ละพันธุ์มีระดับไซยาไนด์ตามธรรมชาติแตกต่างกัน บางพันธุ์พบว่ามีปริมาณไซยาไนด์สูงถึง 8000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม พันธุ์ที่ใช้บริโภคได้มีรายงานว่าพบไซยาไนด์โดยเฉลี่ยถึง 1000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

ปริมาณไซยาไนด์ที่มีอยู่ในธรรมชาติภายหลังการเก็บเกี่ยวจะลดลง ขบวนการหมัก การทำหน่อไม้กระป๋องหรือขั้นตอนในการเตรียมหรือปรุงอาหาร สามารถลดปริมาณไซยาไนด์ลงได้ สำหรับประเทศไทยหน่อไม้ที่บริโภคมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ หน่อไม้ซาง หน่อไม้บ่ง, หน่อไม้ไร่, หน่อไม้รวก, หน่อไม้ตง, หน่อไม้ไผ่ แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดศึกษาไซยาไนด์ที่อยู่ในหน่อไม้ไทยแต่ละพันธุ์ ไซยาไนด์เมื่อเข้าสู่ร่างกายปริมาณน้อยจะถูก detoxify โดย enzyme rhodanese เปลี่ยนให้อยู่ในรูปของ thiocyanate ซึ่งมีพิษน้อยกว่าไฮโดรเจนไซยาไนด์และจะถูกขับออกทางปัสสาวะ แต่ถ้าได้รับปริมาณมากจะไปเกาะกับ hemoglobin ซึ่งเป็นสารตัวที่ร่างกายใช้ขนส่งออกซิเจนไปตามร่างกายจะทำให้เกิดอาการขาดออกซิเจน ทุรนทุราย หมดสติ ถ้าช่วยเหลือไม่ทันอาจทำให้เสียชีวิตได้เนื่องจากขาดออกซิเจน

ไซยาไนด์สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ทางปาก ผิวหนังและทางการหายใจ ในขั้นตอนการหมักหน่อไม้  ในสภาพที่เป็นกรดสามารถทำให้ เกิดแกสไฮโดรเจนไซยาไนด์ ทำให้ปริมาณที่พบในส่วนเนื้อหน่อไม้ลดลง การผลิตหน่อไม้ปี๊บซึ่งจะต้องมีขั้นตอนการต้ม การปรับกรดก็สามารถลดไซยาไนด์ที่มีอยู่ในธรรมชาติได้ การให้ความร้อน เช่น การเผา การต้ม การนำหน่อไม้ไปปรุงอาหารซึ่งต้องผ่านขั้นตอน
การให้ความร้อน ก็จะทำให้ปริมาณไซยาไนต์ในหน่อไม้ลดลงได้ เช่นกัน

 


            ดังนั้นจึงไม่ควรบริโภคหน่อไม้ดิบเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้เช่นเดียวกับการบริโภคมันสำปะหลังดิบและไม่ควรตกใจและเลิก
รับประทานหน่อไม้เพราะสารพิษในหน่อไม้ไม่เสถียรและจะลดลงได้เมื่อผ่านขั้นตอนการปรุงอาหาร หน่อไม้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นหน่อไม้ดอง หรือหน่อไม้ปี๊บ โดยเฉพาะหน่อไม้สดซึ่งมีไซยาไนด์มากกว่าหน่อไม้ชนิดอื่น เพื่อความปลอดภัยก่อนบริโภคควรนำมาต้มน้ำทิ้งเพื่อลดปริมาณ ไซยาไนด์ซึ่งอาจยังหลงเหลืออยู่ แล้วจึงนำมาปรุงอาหาร

           สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ดำเนินการสำรวจปริมาณไซยาไนด์ในหน่อไม้ที่จำหน่ายใน
ท้องตลาดในช่วงเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน 2550 จำนวน 3 ชนิด ๆ ละ 16, 18 และ 15 ตัวอย่าง ตรวจพบค่าเฉลี่ยของไซยาไนด์ในหน่อไม้สด 100 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หน่อไม้ต้มหรือหน่อไม้ปี๊บ 16.9 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และหน่อไม้ดอง 22 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ตามลำดับ ปี 2551 สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหารได้รับอนุมัติให้ดำเนินโครงการสำรวจปริมาณไซยาไนด์ในหน่อไม้ในประเทศไทยและพัฒนากระบวนการผลิต
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งผลการดำเนินโครงการจะมีการนำเสนอต่อไป

เอกสารอ้างอิง : Food Standards Australia New Zealand (FSANZ), July 2004. Cyanogenic Glycosides in Cassava and Bamboo Shoots, A Human Health Risk Assessment

ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์เครื่องดื่มทางเคมี
สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย