นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยดังในโปแลนด์พบสารต้านอนุมูลอิสระ
"โพลีฟีนอล" ต้านโรคหัวใจ มะเร็งที่พบได้ในไวน์แดง ลูกเบอร์รี่และช็อกโกแลตดำ
มีอยู่มากในน้ำแอปเปิ้ล แต่ถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำแอปเปิ้ลข้นซึ่งมีสารต้านอนุมูลมากกว่าน้ำใสสองเท่า
ทีมวิจัยได้ทดลองเปรียบเทียบสารต้านอนุมูลอิสระในน้ำแอปเปิ้ล
4 ประเภท และพบว่า น้ำ แอปเปิ้ลข้นมีปริมาณสารโพลีฟีนอลสูงที่สุดเนื่องจากแอปเปิ้ลข้นมีเนื้อมากกว่า
ทำให้สารต้านอนุมูลอิสระมีความเข้มข้น
ดร.เจน
โอซมิลานสกี้ หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า ผลการทดลองในลักษณะเดียวกันนี้ยังปรากฏในผลไม้กลุ่มอื่นที่ทีมได้ทำการวิจัย
กล่าวคือ สตรอเบอร์รี่ข้นมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าสตรอเบอร์รี่สีใส จึงเชื่อว่า
น้ำผลไม้จากผลไม้สีข้นนั้น มีสารโพลีฟีนอลและเพ็กตินมากกว่าปกติ ซึ่งทำให้การรับประทานน้ำแอปเปิ้ลสีข้นจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า
งานวิจัยก่อนหน้านี้ชี้ให้เห็นว่า
สารโพลีฟีนอลที่มีอยู่ในผักและผลไม้ช่วยในการป้องกันโรคต่างๆ อาทิ มะเร็ง โดยการดูดซับอนุมูลอิสระที่จะเข้ามาทำอันตรายเซลล์ในร่างกาย
แม้ว่าแอปเปิ้ลมีสารโพลีฟีนอลอยู่จำนวนมาก
แต่ก็อาจสูญเสียสารต้านอนุมูลอิสระไประหว่างกระบวนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานผลิตน้ำแอปเปิ้ลนิยมผลิตแอปเปิ้ลสีใส
โดยใช้เอนไซม์ย่อยสลายโมเลกุลเพ็กตินในผนังเซลล์ของแอปเปิ้ลและปั่นแยกกาก ส่งผลให้ระดับโพลีฟีนอลจะลดลงอย่างมาก
ด้านนักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยอาหารในนอร์ริช
กล่าวว่า ผู้บริโภคนิยมดื่มน้ำแอปเปิ้ลใสมากกว่าและสามารถเก็บไว้ได้นาน โดยไม่รู้ว่าสีขุ่นๆ
นั้นเป็นเพ็กตินที่มีประโยชน์ในการสร้างไฟเบอร์ต่อร่างกาย
"หากเราใส่ใจในสุขภาพ
ควรหันมารับประทานน้ำแอปเปิ้ลที่ไม่ได้สังเคราะห์ให้ใสสะอาด" นักวิจัยกล่าวและว่า
กินแอปเปิ้ลสดๆ ให้ประโยชน์มากกว่าดื่มน้ำแอปเปิ้ล แม้ว่าเกษตรกรจะพัฒนาแอปเปิ้ลพันธุ์ใหม่ที่หวานมากขึ้นฝาดน้อยลง
ซึ่งทำให้โพลีฟีนอลน้อยลงก็ตาม
โฆษกสมาคมโภชนาการอังกฤษกล่าวว่า
มันคุ้มมากถ้าจะเปลี่ยนจากดื่มน้ำแอปเปิ้ลใสมาเป็นน้ำแอปเปิ้ลข้น ซึ่งได้สารต้านอนุมูลอิสระมากเป็น
2 เท่าถึงกระนั้นก็ควรกินแอปเปิ้ลสดด้วยเพราะนอกจากจะได้โพลีฟีนอลแล้วยังได้ไฟเบอร์อีกด้วย
ที่มา...หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2550