H-O-M-E
click here goto the top of the page
เข้าชมเป็นคนที่ : 797
   
แนะวิธีจัดการเชื้อปนเปื้อนในนมเด็ก

ศ.นพ.สุชัย เจริญรัตนกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิ เป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีลักษณะเป็นแท่งย้อมติดสีแดง จัดอยู่ในกลุ่มเอ็นเทอร์โรแบคทีเรียซิอี เชื้อนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในอุณหภูมิ 5 ถึง 47 องศาเซนติเกรด เอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิ เป็นเชื้อฉวยโอกาสที่มีรายงานว่าเชื้อนี้ทำให้เกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่อักเสบ นอกจากนี้เชื้อยังสามารถเข้าในเลือดทำให้เกิดโลหิตเป็นพิษ สำหรับผู้ป่วยที่พบนั้น ส่วนใหญ่เป็นทารกแรกเกิดที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือน ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ทารกแรกคลอดที่มีน้ำหนักตัวน้อย หรือมีความผิดปกติทางภูมิคุ้มกัน ทารกในกลุ่มเหล่านี้จึงมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ ซึ่งอัตราการตายของผู้ป่วยพบ 50% อย่างไรก็ตาม ในจำนวนทารกที่รอดชีวิตอาจมีบางรายที่มีอาการผิดปกติทางสมอง และในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนถึงแหล่งที่มาของเชื้อ หรือปริมาณของเชื้อที่จะก่อให้เกิดโรค โดยทั่วไปพบเชื้อนี้ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม อาหารและน้ำ ส่วนการเกิดเชื้อปนเปื้อนในนมผงสำหรับทารกนั้นมีรายงานการตรวจพบเชื้อดังกล่าว ในตัวอย่างนมผงในหลายประเทศ แต่ยังไม่มีหลักฐานปรากฏชัดว่าเกิดขึ้นในขั้นตอนใดของกระบวนการผลิต เนื่องจากกระบวนการฆ่าเชื้อที่ใช้ในการผลิตนมผงทารกนั้นใช้วิธีพาสเจอร์ไรซ์ เพื่อรักษาสารอาหารที่มีอยู่ในนมให้คงอยู่ จึงอาจมีเชื้อที่ทนความร้อนหลงเหลืออยู่ เพราะเชื้อเอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิ นี้ สามารถทนความร้อนได้สูงถึง 70 องศาเซนติเกรด


ด้าน น.พ.ไพจิตร์ วราชิต อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ กล่าวว่า ในส่วนของกรมวิทยาศาสตร์การแทพย์มีหน้าที่โดยตรงในการประเมินคุณภาพ และความปลอดภัยของอาหารที่จำหน่ายในประเทศ และอาหารนำเข้าเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในประเทศ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงสาธารณสุขมีระบบการเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ สำหรับเชื้อเอ็นเทอร์โรแบคเตอร์ ซากาซากิ หากรู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องก็จะสามารถลดความเสี่ยงของอันตรายจากเชื้อดังกล่าวได้ โดยมีข้อแนะนำว่า ต้องล้างขวดนมให้สะอาด และลวกน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อก่อนทุกครั้ง ชงนมโดยใช้น้ำเย็นที่ต้มเดือดแล้วเท่านั้น ไม่ควรแช่นมที่ชงแล้วทิ้งไว้ในตู้เย็น เพราะตู้เย็นอาจมีความเย็นไม่ถึง 4 องศาเซนติเกรด ทำให้เชื้อเจริญเติบโตได้ดี ไม่ควรชงนมทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเกิน 2 ชม. และไม่ควรใช้เครื่องอุ่นนมเพราะมีอุณภูมิเอื้ออำนวยให้เชื้อเจริญเติบโตเพิ่ม

ที่มา...www.banmuang.co.th เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2548