คุณคือผู้เข้าชมอันดับที่
เริ่มนับวันที่ 01/07/52
ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 1/07/2552
ค้นหา
ค้นหาข้อมูล
center
แสดงข้อมูลข่าว
ชื่อ
กำมะถันแดง มีชื่อเรียกอย่างอื่นคือ หรดาล หรดาลแดง มโนศิลา (1) สุพรรณแดง สุพรรณถันแดง (2) มาดแดง (2, 3)
กำมะถันแดงคืออะไร
ในตำรายาแผนโบราณระบุว่ากำมะถันแดงเป็นแร่ก้อนแข็งสีแดงเข้ม หรือเป็นแท่งสีแดง รสปร่า แยกและผสมธาตุทางเคมีมาจากกำมะถันเหลือง แต่ไม่ระบุส่วนประกอบทางเคมี
จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 (4) ไม่มีคำว่า "กำมะถันแดง" มีแต่ "หรดาล" และให้คำจำกัดความ "หรดาล" ว่าคือชื่อแร่ชนิดหนึ่งประกอบด้วยธาตุสารหนู และกำมะถัน มีสีแดงอมเหลือง ใช้สำหรับเขียนลายรดน้ำและสมุดดำ และวงเล็บภาษาอังกฤษว่า "realgar"
Realgar เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่พบในธรรมชาติ เป็นสารประกอบระหว่างสารหนูกับกำมะถัน มีสูตรทางเคมีเป็น As 4 S 4 (Arsenic disulfide) น้ำหนักโมเลกุล 427.92 ประกอบด้วยสารหนู (As) 70.03 % และกำมะถัน (S) 29.97 % (5) มีสูตรโครงสร้างเป็นวงแหวนโดยสารหนูมี valency 3
กำมะถันแดงใช้ทำอะไร
1. ในตำรายาไทย กำมะถันแดงเป็นตัวยาที่มีสรรพคุณ แก้ลมป่วง (ลมที่เกิดจากอาหารไม่ย่อย) ล้างหัวฝี และรักษาท้อง แก้โรคผิวหนังผื่นคัน แก้กามโรค เช่น ตำรับยาแสงอาทิตย์ ยาแดง ยาแก้ซางแดง และ ยาเหลืองน้อย (6)
2. ในเภสัชตำรับจีน (7) realgar มีสรรพคุณแก้พิษ ฆ่าพยาธิ์ และหยุดยั้งมาเลเรีย ใช้รักษาฝีฝักบัว งูกัด แมลงกัดต่อย ปวดท้องจากพยาธิ์ แก้ชักในเด็ก ในเภสัชตำรับของจีนมียาแผนโบราณที่ได้รับการจดสิทธิบัตรหลายตำรับที่มี realgar เป็นส่วนประกอบ ได้แก่
  • Angong Niuhuang San
  • Angong Niuhuang Wan
  • Chunyang Zhengqi Wan
  • Hongling San
  • Jufang Zhibao San
  • Meihua Dianshe Wan
  • Niuhuang Baolong Wan
  • Niuhuang Jiedu Pian
  • Niuhuang Jiedu Wan
  • Niuhuang Qingxin Wan
  • Niuhuang Zhenjing Wan
  • Qizhen Wan
  • Shayao
  • Shuzheng Pian
  • Xiao'er Huadu San
  • Xiao'er Jingfeng San
  • Xiao'er Qingre Pian
  • Xiao'er Zhibao Wan
  • Yatong Yili Wan
  • Yixian Wan
  • Zhuhuang Chuihou San
  • Zijin Ding
  • 3. ในอุตสาหกรรม realgar ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหนัง กำจัดขน และสีสำหรับทากำมะถันแดงเป็นพิษหรือไม่
    กำมะถันแดงเป็นพิษหรือไม่
    Arsenic Disulfide ถูกจัดอยู่ในบัญชีสารที่เป็นอันตราย (Hazardous Substance List) (8) ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายต่อสุขภาพ มีดังนี้คือ
    ผลแบบเฉียบพลัน
    ผลเฉียบพลันดังต่อไปนี้อาจเกิดขึ้นทันทีทันใด หรือในระยะเวลาสั้นๆ หลังจากได้รับสาร
    - การสัมผัสทางผิวหนัง จะทำให้เกิดการระคายเคือง ไหม้ คัน และผื่นแดง
    - ถ้าโดนตา จะทำให้เกิดการระคายเคือง ไหม้ และตาฉ่ำแดง
    - การสูดดมเข้าไป จะระคายเคืองจมูกและคอ ทำให้ไอ และหายใจเสียงดังฮึดๆ
    - การได้รับสารในปริมาณมาก จะทำให้เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เป็นตะคริว และถึงตายได้
    ผลแบบเรื้อรัง
    ถึงแม้ Arsenic Disulfide ยังไม่ได้ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogen) หรือสารที่มีผลต่อเด็กในครรภ์ (terratogen) แต่สารประกอบ arsenic อื่น หลายตัวถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งหรือสารที่มีผลต่อเด็กในครรภ์ ดังนั้นควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
    ผลเรื้อรังดังต่อไปนี้ อาจเกิดหลังจากที่ได้รับสารมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และอาการอาจคงอยู่เป็นระยะเวลานาน
    - การสูดดมเข้าไปซ้ำๆ กัน สามารถทำให้เกิดแผลเปื่อย หรือรูในกระดูกที่แบ่งจมูกชั้นใน อาจเกิดอาการเสียงแหบ เจ็บตาได้
    - การสัมผัสทางผิวหนังซ้ำๆ จะทำให้ผิวหนังหนา และ/หรือเกิดบริเวณเป็นปื้นดำ และมีการสูญเสียเม็ดสี ในบางคนอาจเกิดแนวขาวบนเล็บ
    - Arsenic Disulfide อาจทำลายตับ
    - การได้รับซ้ำๆ หรือได้รับในปริมาณที่สูง อาจทำลายประสาท ทำให้เกิดการอ่อนเพลีย มีความรู้สึกเหมือนเข็มทิ่มแทง และการสั่งงานแขนขาแย่ลง
    องค์การอาหารโลก (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดค่าปริมาณสารหนู ที่ร่างกายสามารถรับและทนได้ต่อสัปดาห์ (Provisional Tolerable Weekly Intake = PTWI) ไว้เท่ากับ 15 mg/kg/week ซึ่งค่านี้หมายถึงสารหนูที่อยู่ในรูปสารประกอบอนินทรีย์ (inorganic arsenicals) ไม่ได้หมายถึงสารหนูที่อยู่ในรูปสารประกอบอินทรีย์ (organoarsenicals) เพราะ organoarsenicals ซึ่งมีอยู่โดยธรรมชาติในผลิตภัณฑ์ทางทะเลนั้น จะมีความเป็นพิษน้อยกว่า inorganic arsenicals มาก
    นอกจากนี้องค์การอนามัยโลก ระบุว่าถ้าคนเรารับประทานอาหารที่มีสารหนูในปริมาณ 3 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ จะทำให้เกิดอาการเป็นพิษจากสารหนูได้ (9)
    เอกสารอ้างอิง
    1. ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องยาอันตราย
    2. ไม้เทศ, เมืองไทย สรรพคุณของยาเทศและยาไทย โดยหมอเสงี่ยม พงษ์บุญรอด พ.ศ. 2493 หน้า 59
    3. ตำราเภสัชกรรมไทยแผนโบราณของสมาคมแพทย์แผนโบราณ วัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 หน้า 149
    4. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หน้า 857
    5. The Merck Index, Eleventh Edition, p126
    6. ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์เล่ม 1 ของโรงพยาบาลแพทย์แผนโบราณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร พระนคร พ.ศ.2504 หน้า 209, 196, 176, 175
    7. Pharmacopoeia of the People's Republic of China, Volume I, English Edition (1997) ,p178
    8. ข้อมูลจาก Hazardous Substance Fact Sheet ของ New Jersey Department of health and Senior Services.
    9. World Health Organization Geneva 1996. WHO Cataloguing in Publication Data. Trace elements in human nutrition and health, p 217-219
    เรียบเรียงโดย กลุ่มงานทดสอบยาแผนโบราณและเภสัชภัณฑ์จากธรรมชาติ
     
    ศูนย์ข้อมูลยาและวัตถุเสพติด อาคาร 2 สำนักยาและวัตถุเสพติด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
    88/7 บำราศนราดูร ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
    โทร 02-951-0000 ต่อ 99116, 99117 โทรสาร 02-580-5733