หน้าแรก  |  ติดต่อเรา  |  แผนผังเว็บไซต์  
  |      
ความรู้ทั่วไป
ความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบ
ก้าวทันโลก
การบริการ
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
FAQ
          ค้นหา :    
   
เครื่องสำอางชื่อ SK-II ยันสินค้าปลอดภัยชัวร์

SK-II เดินหน้าขายสินค้าต่อเนื่อง ชี้เหตุการณ์หยุดขายสินค้าที่ประเทศจีนไม่ส่งผลกระทบต่อตลาด ในไทย พร้อมย้ำความปลอดภัยกับผู้บริโภค เดินหน้าเปิดนวัตกรรมสินค้าใหม่อีก 5 โปรเจ็กต์ในไตรมาสสุดท้าย

นายเมธี จารุมณีโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด ผลิตภัณฑ์ SK-II ประเทศไทย บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (ประเทศไทย) จำกัด หรือพิแอนด์จี เปิดเผยกับ “ฐานเศรษกิจ” ว่า จากกรณีที่มีการหยุดขายสินค้า SK-II ชั่วคราวในประเทศจีน เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2549 ที่ผ่านมามีข่าวที่อ้างว่าสถาบัน GUANGDONG CENTER OF INSPECTION & QUARANTINE ได้ค้นพบสารโลหะหนักในผลิตภัณฑ์ที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้บริโภคนั้น ทางบริษัทยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่จำหน่ายในประเทศไทยมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และผู้บริโภคสามารถที่ จะใช้ผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ SK-II ด้วยความมั่นใจ โดยขณะนี้บริษัทยังมีการจำหน่ายสินค้าผ่านเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าตามปกติ

“หลังจากที่มีข่าวออกมา สินค้ายังจำหน่ายได้ตามปกติเหมือนเดิม ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพียงแต่ใน ช่วงแรกลูกค้าจะมีความกังวลใจและได้เข้ามาสอบถามถึงรายละเอียดที่พนักงานขาย แต่เมื่อพนักงานขายได้ชี้แจง รายละเอียดต่างๆ ลูกค้าก็เข้าใจและยังซื้อสินค้าเช่นเดิม” นายเมธีกล่าว

ทั้งนี้สารโลหะหนักที่พบนั้น ไม่ได้มีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ โดยปริมารสารที่ค้นพบเป็น ส่วนผสมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและพบได้ในภาวะแวดล้อมทั่วไป รวมถึงสินค้าอื่นๆ ทั้งสินค้าแบรนด์เนมและ สินค้าที่ผลิตมาจากสมุนไพรเองก็สามารถพบสารดังกล่าวได้ ซึ่งในสินค้า SK-II มีปริมาณสารโครเมียม หรือนี โอไดเมียมที่ต่ำกว่า องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ในการบริโภคประจำวัน หรือคิดเป็นปริมาณ 0.0000045% เท่านั้น รวมทั้งในข้อกำหนดขององค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาเองได้ยอมรับว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั่วไป สามารถพบร่องรอยของปริมาณสารต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัย ของผู้บริโภคแต่อย่างใด รวมทั้งปริมาณที่ได้รับจากการใช้ทาผิวหน้ามีความเสี่ยงน้อยกว่าการได้รับจากการรับประทาน สารดังกล่าวที่ผสมในอาหารหรือน้ำดื่มต่างๆ

 
ข้อมูลจาก :
 

back | top
ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตราย  |  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์