หน้าแรก  |  ติดต่อเรา  |  แผนผังเว็บไซต์  
  |      
ความรู้ทั่วไป
ความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบ
ก้าวทันโลก
การบริการ
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
FAQ
          ค้นหา :    
   
สารพันคำถามเรื่องเครื่องสำอาง


มีวิธีการดูแลผิวสำหรับผู้ที่ผิวหน้าแห้งมากและแพ้ง่าย อย่างไร ?
      ตอบ คนผิวแห้งและแพ้ง่ายอาจเกิดจากสภาพผิวหนังที่ต่อมไขมันผลิตไขผิวหนัง (ซีบัม) น้อยหรืออาจเกิดจากสภาพแวดล้อม เช่น สายลม แสงแดด อากาศหนาวเย็น อาบน้ำร้อน นอนห้องแอร์ หรือเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความเป็นด่างมากเกินไป หรือเกิดจากการทำความสะอาดผิวหน้าบ่อยเกินไป ควรตรวจสอบสาเหตุก่อนจึงหาทางแก้ไขให้ตรงจุดที่เป็นสาเหตุของการเกิด สิ่งที่ผู้ที่มีผิวแห้งควรระมัดระวังคือ
      1.  ไม่ควรทำความสะอาดผิวบ่อย เพราะคนผิวหน้าแห้งจะไม่ค่อยสกปรก เนื่องจากมีไขผิวหนังน้อยการล้างหน้าบ่อยจะขจัดสารอารักขาผิวหน้าที่มีอยู่ตามธรรมชาติออกมาก ทำให้ผิวเสียสมดุล ผิวจะแห้งมากขึ้นและแพ้ง่ายขึ้นอาการแพ้ผลิตภัณฑ์ ย้อมผม ครีมกันแดด ครีมระงับเหงื่อและกลิ่นตัว
      2.  ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดควรใช้ น้ำมันแร่ หรือครีมล้างหน้า ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วเช็ดออกจนหมดคราบเครื่องสำอาง ล้างด้วยน้ำเย็นซึ่งจะยังคงมีฟิล์มมันของครีมล้างหน้าปกคลุมอยู่ซึ่งจะช่วยลดการระเหยของน้ำออกจากผิว ลดความแห้งของผิวหน้า
      3.  หากผิวแห้งมากอาจทาครีมล้างหน้าบางๆ ซ้ำหลังจากล้างน้ำเย็นแล้วหรือใช้ครีมที่มีส่วนผสมซีราไมด์ หรือครีมทาก่อนนอน (ไนท์ครีม) ชนิดใดก็ได้ที่ราคาไม่แพงนัก เพราะครีมทุกตัวมีส่วนผสมคล้ายกัน คือมีส่วนที่เป็นน้ำ และส่วนที่เป็นน้ำมันในสัดส่วนต่างๆ กัน โดยส่วนที่เป็นน้ำก่อให้เกิดความชุ่มชื้นแก่ผิวแต่น้ำระเหยง่าย ส่วนที่เป็นน้ำมันก่อให้เกิดฟิล์มมันปกคลุมผิวหน้าป้องกันการระเหยของน้ำ ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ครีมที่ผสมสาระสำคัญอื่นๆนั้นส่วนใหญ่แล้ว สารสำคัญเหล่านั้นมีไว้สร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์เพื่อการโฆษณา ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าสารสำคัญเหล่านี้ใส่ในปริมาณเพียงเล็กน้อยจนแทบจะไม่มีผลอันใดเลย

ทำไมการใช้เครื่องสำอางจึงช่วยลดริ้วรอยของผิวได้ ?
      ตอบ  สารสำคัญหลายตัวที่นิยมใช้ผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางส่วนมากจะลอกเลียนมาจากสารสำคัญที่มีอยู่ในผิวหนังของคนที่ จะเสื่อมสลายไปหรือลดน้อยลงในคนสูงอายุ เช่น ซีราไมด์ คอลลาเจน อิลาสติน มิวโคโพลีแซคคาไรด์ กรดไฮยาลูโรนิก วิตามิน โปรตีน....อื่นๆ ซึ่งสารเหล่านี้จะมีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำหรือ ประสานเป็นเส้นใยเพื่อให้ผิวเต่งตึง หรือซีราไมด ์ซึ่งเป็นสารไขมันที่สำคัญในการเชื่อมต่อเซลล์ลดการระเหยของน้ำป้องกันการแตกแห้งของผิวหนัง แต่ไม่ได้หมายความว่า ครีมที่ผสมเซราไมค์จะสามารถเชื่อมต่อเชลล์ได้เหมือนกาวตราช้าง หรือครีมที่มีส่วนผสมคอลลาเจนจะดูดซึมเพื่อยกผิวหน้า ที่เหี่ยวย่นให้เต่งตึงได้ดังที่พบเสมอในการโฆษณาเพราะนอกจากสารสำคัญเหล่านี้จะใช้ในปริมาณน้อยมากแล้ว การดูดซึม ของสารต่างๆ เข้าผิวหนังยังมีข้อจำกัดเพราะผิวหนังของคนปกติจะมีคุณสมบัติปกป้องและกางกั้นสิ่งแปลกปลอมทุกชนิด ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือโทษไม่ให้ซึมเข้าสู่ร่างกายถ้าสารสำคัญเหล่านั้นดูดซึมได้ก็มีปริมาณไม่มากพอที่จะทดแทนสิ่งที่มี อยู่ตามธรรมชาติ จึงสามารถลดริ้วรอยได้ระดับหนึ่งเท่านั้น

จะรู้ได้อย่างไรว่าเครื่องสำอางที่เลือกใช้นั้นได้มาตรฐาน ?
      ตอบ  • เครื่องสำอางที่มีมาตรฐานจะต้องมีฉลากที่ระบุข้อมูลครบถ้วนประกอบด้วย
                    - ชื่อ..........รูปแบบ ครีม/น้ำใส/โลชัน
                    - วัน เดือน ปี ที่ผลิต
                    - ส่วนประกอบสำคัญ
                    - ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย ที่ระบุไว้ชัดเจนเมื่อเกิดปัญหาสามารถติดตามได้
• ควรวางจำหน่ายในสถานที่ที่เหมาะสม ไม่วางขายตามตลาดสด หรือเร่ขาย เพราะสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมมีผลต่อความคงตัวของผลิตภัณฑ์
• เครื่องสำอางที่ดีควรบรรจุในภาชนะปิดเรียบร้อย อยู่ในสภาพเหมาะสม สะดวกต่อการนำมาใช้
• เครื่องสำอางควรมีความคงตัว มีคุณสมบัติคงเดิมระหว่างการนำไปใช้ ความข้นหนืด สี กลิ่น ไม่เปลี่ยนแปลงตลอดอายุการใช้งาน

เครื่องสำอางโดยปกติมีอายุการใช้งานหรือไม่นานเพียงใด ?
      ตอบ  เครื่องสำอางทั่วๆไปที่ไม่ได้ระบุวันหมดอายุเอาไว้ตามกฎหมายของอังกฤษที่ระบุไว้ในปี 1989 (พ.ศ. 2532) กำหนดเวลาการ ใช้งานของเครื่องสำอางทุกชนิดจะมีความปลอดภัยในการใช้ภายในระยะเวลา 30 เดือน หรือ 2 ปีครึ่ง หลังจากวันที่ผลิต ยกเว้น ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้กำหนด ระบุวันหมดอายุเป็นอย่างอื่นไว้ที่ฉลากก็ให้ถือตามนั้น
      ปัจจุบันนี้เครื่องสำอางส่วนมากนิยมผสมสารธรรมชาติลงไป ซึ่งสารเหล่านี้จะมีผลทำให้อายุการใช้งานของเครื่องสำอางสั้น ลงมาก จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ไม่ควรซื้อเครื่องสำอางกักตุนเมื่อมีการลดราคา เพื่อเก็บไว้ใช้นานๆ เพราะนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์ ตามที่ระบุในฉลากแล้วอาจมีโทษจากสิ่งปนเปื้อนจากจุลินทรีย์หรือสารอันตรายที่เกิดจากการสลายตัวของส่วนผสมในตำรับ เครื่องสำอางที่มีมาตรฐานจะมีการตรวจสอบความคงตัวของสาระสำคัญ การปนเปื้อนจากจุลินทรีย์ หรือการปนเปื้อนของสารอื่นๆ ด้วย

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีที่ให้ทาหน้ากับการกินวิตามินซีอย่างไหนจะให้ผลมากน้อยกว่ากัน ?
      ตอบ  การกินวิตามินซีย่อมมีผลต่อร่างกายมากกว่าการทาเพราะการกินสามารถออกฤทธิ์ได้ทั่วร่างกายในคนปกติการกินวิตามินซีที่ได้ จากพืชผักผลไม้จะมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายด้วย นอกจากนั้นพืชผักผลไม้ยังมีส่วนผสมของสารและแร่ธาตุอื่นๆที่เป็นประโยชน์ ร่วมไปด้วย จึงดีกว่าที่จะกินวิตามินซีเป็นเม็ด ส่วนการทาผลิตภัณฑ์ที่ผสมวิตามินซีจะให้ผลเฉพาะที่ตรงบริเวณที่ทาเท่านั้น วิตามินซีในส่วนผสมที่มีน้ำอยู่เช่นครีมหรือโลชันจะสลายตัวเร็วมาก และการผสมลงในผลิตภัณฑ์ด้วยปริมาณไม่มากนักอาจไม่ เพียงพอที่จะก่อให้เกิดผลใดๆเลย

เครื่องสำอางผสมสารคอลลาเจนและหรืออิลาสตินสามารถป้องกันการเหี่ยวย่นได้จริงหรือไม่ ?
      ตอบ  ถึงแม้คอลลาเจนและอิลาสตินเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุดในชั้นหนังแท้โดยเส้นใยคอลลาเจนจะประสาน ทำให้หนังแท้มีความเต่งตึงโดยมีอิลาสตินเป็นตัวเชื่อมระหว่างเส้นใยนั้นให้มีความยืดหยุ่น ซึ่งทั้งคอลลาเจนและอิลาสติน จะมีปริมาณลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น จึงมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหลายตัวผสมคอลลาเจนและอิลาสติน หรือสารเร่งการ สังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งสารเหล่านี้ใส่ในปริมาณเล็กน้อยย่อมไม่มากเพียงพอที่จะทดแทนคอลลาเจนที่สลายตัวตามธรรมชาต ิผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผสมสาระสำคัญต่างๆ ข้อที่ควรคำนึงถึงคือ
     1. หากผลิตภัณฑ์นั้นสามารถดูดซึมลงไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรืออิลาสตินได้จริงตามที่กล่าวอ้าง ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ควรเป็นยาไม่ใช่เครื่องสำอาง การนำมาใช้ต้องมีการจำกัดการใช้
     2. หากสามารถกระตุ้นการสร้างได้จริงการใช้ประจำวันย่อมมีการสร้าง คอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้นตลอดเวลาในทุกส่วนที่มีการทา ซึ่งย่อมมีผลกระทบต่อขนาดและรูปลักษณ์ของใบหน้า
     3. เครื่องสำอางส่วนมากจะมีการดูดซึมและมีผลอยู่ที่ชั้นหนังกำพร้าเพื่อ ให้อุ้มน้ำมากขึ้นทำให้รอยเหี่ยวย่นลดลงได้ระดับหนึ่งเท่านั้น โดยเฉพาะผิวหนังมีหน้าที่ป้องกันการซึมผ่านสารจากภายนอกทุก ชนิดไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือโทษ การกำหนดสูตรตำรับเพื่อให้สารซึมผ่านผิวหนังมีข้อจำกัดและมีหลายปัจจัย เช่น ขนาดของ โมเลกุลถ้าโมเลกุลใหญ่จะซึมผ่านผิวหนังยากหรือไม่ได้เลย การละลายสารที่ละลายน้ำซึมผ่านได้ยากหรือความเป็นกรด-ด่างของ สารเหล่านั้น เป็นต้น

เราควรทำความสะอาดผิวหนังบ่อยเพียงใด ?
      ตอบ  บางคนทำความสะอาดผิวหนังวันละครั้งขณะที่คนบางคนโดยเฉพาะวัยรุ่นจะวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าทุกครั้งที่หมดชั่วโมง เรียนในแต่ละชั่วโมงเพราะเข้าใจว่าการทำความสะอาดผิวบ่อยๆ ทำให้ไม่เป็นสิว ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะการล้างหน้า บ่อยจะทำให้ผิวเสียสมดุลตามธรรมชาติ ผิวแห้งคนปกติทำความสะอาดร่างกายโดยอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง การทำความสะอาด ใบหน้าด้วยการล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ก็น่าจะเพียงพอแล้ว นอกจากบางวันถ้าเล่นกีฬาไปในที่ชุมชนเหงื่อไคลฝุ่นละอองมาก ก็อาจล้างหน้าเพิ่มขึ้นมาอีกสักครั้งจากภาวะปกติ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเหมาะสมกับสภาพของผิวหนังโดย พิจารณาจากอายุ สภาพของผิวหนัง สิ่งแวดล้อม (ที่จะก่อให้เกิดความสกปรก) พฤติกรรมการใช้เครื่องสำอางว่ามากน้อยเพียงใด สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมากกว่า เพราะหากเลือกผลิตภัณฑ์ไม่ถูกต้องการทำความสะอาดผิวแต่ละครั้งแทนที่จะเกิดผลดีกลับจะก่อ ให้เกิดการทำลายผิวหนังอย่างต่อเนื่อง

การโฆษณาสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เสริมความงามบำรุงผิวเชื่อถือได้หรือไม่ ?
      ตอบ  ผลิตภัณฑ์เสริมความงามบำรุงผิวส่วนมากไม่มีสรรพคุณตามที่โฆษณา เนื่องจากมีการแข่งขันทางการตลาดสูงจึงทำให้บริษัท ผู้ผลิตจะกล่าวอ้างหรือใช้สารสำคัญเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ แต่เครื่องสำอางทุกชนิดมีประโยชน์ในระดับหนึ่ง และการเลือกใช้ เครื่องสำอางต้องมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน เช่น เครื่องสำอางทำความสะอาดเส้นผม หรือแชมพูมีจุดมุ่งหมายเพื่อการทำความสะอาด แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะโฆษณาถึงการผสมวิตามินหรือสารบำรุงรากผม ลดการหลุดร่วงของเส้นผม หรือช่วยให้ผมดกดำขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นการอ้างสรรพคุณเกินจริงทั้งสิ้นเพราะหากเราพิจารณาให้ดีแล้วจะพบว่า
     1.  วิตามินและสารสำคัญที่ใส่ไปน้อยเกินกว่าที่จะออกฤทธิ์
     2. สารทำความสะอาดจะขจัดทั้งสิ่งสกปรกและสารสำคัญออกจากผมและหนังศีรษะไม่เลือกปฏิบัติ
     3. การสระผมโดยการขยี้เพียง 2-3 นาทีแล้วล้างออก สารสำคัญเหล่านั้นย่อมจะถูกน้ำชะล้างลงท่อน้ำทิ้งพร้อมสิ่งสกปรกทั้งหมด

โฆษณาครีมล้างหน้าต่างๆ ทำให้หน้าไม่เป็นสิวจริงหรือไม่ ?
      ตอบ  ครีมล้างหน้าใดๆ ก็มีส่วนช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้าได้เหมือนกัน เพราะครีมล้างหน้าส่วนมากจะประกอบด้วย ส่วนที่เป็นน้ำที่จะละลายสิ่งสกปรกที่เป็นน้ำ และส่วนที่เป็นน้ำมัน เช่น น้ำมันแร่เป็นส่วนประกอบที่สามารถละลายสิ่ง สกปรกที่เป็นไขมันได้ดี เนื้อครีมทุกชนิดจึงสามารถทำความสะอาดได้ทั้งสิ่งสกปรกที่เป็นน้ำและน้ำมัน ส่วนสารที่ไม่ละลายอื่นๆ ที่มีโมเลกุลใหญ่ก็พร้อมที่จะถูกล้างออกด้วยน้ำอยู่แล้ว การทำความสะอาดใบหน้าจะช่วยลดการเกิดสิวลงในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะสิวเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ความเครียด แสงแดด และปัจจัยสำคัญที่สุดคือระดับฮอร์โมนในร่างกาย ในระยะที่ ต่อมไขมันทำงานมากจะพบว่า 70-80 % ของคนเป็นสิวจะมีอายุระหว่าง 11 ถึง 25 ปี นอกจากนั้นครีมบางชนิดที่มีไขมันเป็น ส่วนประกอบกลับจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน

ถ้าใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ จะทำให้ลดรอยเหี่ยวย่นของผิวก่อนวัยอันสมควรหรือไม่ ?
      ตอบ  การใช้ครีมกันแดดจะช่วยลดรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยอันสมควรจริง เนื่องจากแสงแดดโดยเฉพาะรังสี UVA จะทำลายคอลลาเจน อิลาสติน และระบบหลอดเลือดที่เป็นตัวนำอาหารและออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงผิวหนัง และคนที่ผิวแก่ก่อนวัยประมาณร้อยละ 80 มีสาเหตุเนื่องจากการทำลายโดยแสงแดดและมีการสะสมมาตลอดเวลานาน 30-40 ปีผิวหนังที่แท้จริงของเราคือบริเวณท้อง แขน หรือเนินอกที่ไม่ถูกทำลายโดยแสงแดดจะแตกต่างจากบริเวณหลังมือหรือใบหน้าที่ถูกแสงแดดโดยตรง ผิวคู่แฝดถูกทำ ลาย (ซ้าย) และไม่ถูกทำลาย (ขวา) โดยแสงแดด (ขณะที่ในทารกผิวทุกส่วนของร่างกายจะเหมือนกันหมด) ส่วนการใช้ครีมที่มีค่า SPF สูงๆ นั้นมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างจาก SPF ต่ำมากมายนัก เช่น SPF 15 จะสามารถกรองรังสี UVB ได้ร้อยละ 93.4 ในขณะที่ SPF 40 จะกรอง UVB ได้ร้อยละ 97.6 ขณะที่ SPF 50 จะกรอง UVB ได้ร้อยละ 98 พึงระลึกเสมอว่าไม่มีผลิตภัณฑ์กันแดดตัวใด ไม่ว่ามี SPF สูงเพียงใดจะสามารถป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ การใช้ครีมที่มี SPF สูงๆ นอกจากราคาแพงแล้ว ยังเสี่ยงต่อการแพ้มากขึ้น โดยเฉพาะค่า SPF เป็นการวัดผลจากรังสี UVB ขณะที่ความเหี่ยวย่นจะเป็นผลจากรังสี UVA มากกว่า คน ไทยส่วนมากมีผิวหนังชนิดที่ 3 ซึ่งมีเมลานินช่วยกรองรังสีได้ระดับหนึ่งอยู่แล้ว ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า SPF 15 โดยมีค่าป้อง กันรังสี UVA ที่สัดส่วน 2 คือ **หรือ PA ** ระบุในฉลากจะสามารถป้องกันอันตรายจากแสงแดดได้เพียงพอแล้ว

ปัญหาผมร่วงจะใช้ฮอร์โมนรักษาได้หรือไม่ ?
      ตอบ  การใช้ฮอร์โมนเพื่อลดปัญหาผมร่วงเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตน ผลที่ได้ไม่คุ้มกับผลเสียที่จะตามมาเพราะระดับฮอร์โมน ทุกชนิดที่มีในร่างกายควรอยู่ในระดับที่พอเหมาะไม่มากหรือน้อยเกินไป ถ้าไม่อยู่ในระดับที่พอเหมาะจะมีผลเสียต่อ ร่างกายมากกว่า อาการผมร่วงจะไม่แนะนำให้ใช้ฮอร์โมนในการแก้ปัญหาความเป็นจริงเกี่ยวกับผมร่วงหรือศีรษะล้านคือ
      • ศีรษะล้านไม่เกี่ยวกับการสวมหมวกหรือใส่หมวกกันน็อค
      • ศีรษะล้านไม่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
      • ไม่มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสบู่ แชมพู ปรับ สภาพตกแต่งทรงผมจะเป็นสาเหตุทำให้ศีรษะล้าน หรือทำให้ผมร่วงมากขึ้นได้ เนื่องจากจุดเจริญของเส้นผมตรงปุ่มปลายแหลม (papilla) อยู่ลึกใต้ต่อมรากผมที่อยู่ในชั้นหนังแท้ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ซึมลงไปไม่ถึง

ผลิตภัณฑ์เสริมความงามบำรุงผิวมีความปลอดภัยในระยะยาวหรือไม่ ?
      ตอบ  หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานจะไม่มีความปลอดภัยในระยะยาวโดยอาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือมีการสะสมสารพิษ จนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ครีมที่มีส่วนผสมสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย เช่น โลหะหนักกลุ่มปรอท สเตียรอยด์ ที่นิยมผสมในผลิตภัณฑ์หน้าขาวที่ลักลอบจำหน่ายอย่างผิดกฎหมายหรือผสมสีที่ไม่ได้มาตรฐาน มีสารปนเปื้อนกลุ่มยา ฆ่าแมลงจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ การใช้เครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานปราศจากสิ่งปนปลอมที่เหมาะสมกับผิวหนังย่อมมี ความปลอดภัยแม้จะใช้เป็นเวลานานก็จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ เพราะเครื่องสำอางส่วนใหญ่จะมีผลต่อผิวหนังกำพร้า ซึ่งมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ตลอดเวลา

มีวิธีการดูแลรักษารอยแผลเป็นบนใบหน้าอย่างไร ?
      ตอบ  อยู่เฉยๆ หรือแก้ไขชั่วคราวโดยใช้ครีมรองพื้นช่วยปกปิดรอยแผลเป็นให้จางลง ถ้าแผลตื้นรอยแผลเป็นจะค่อยๆ จางหายไป เนื่องจากผิวชั้นหนังกำพร้าจะมีการผลัดเปลี่ยนเซลล์ตลอดเวลาทั้งกลางวัน และกลางคืนจากชั้นล่างสุดมาอยู่บนสุดในชั้นขี้ ไคลแล้วหลุดลอกออกไปใช้เวลานานประมาณ 2 อาทิตย์ในวัยรุ่นและนานประมาณ 25 วัน ในคนอายุ 35 ปี ยิ่งอายุมากขึ้นการ ผลัดเปลี่ยนเซลล์จะใช้เวลานานขึ้นแผลหายช้าลง แต่ถ้าแผลเป็นลึกถึงชั้นหนังแท้รอยแผลเป็นจะอยู่นาน ยิ่งบางคนมีผิวหนัง ที่เป็นคีรอยด์จะหายยากควรปรึกษาแพทย์

 
 

back | top
ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตราย  |  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์