หน้าแรก  |  ติดต่อเรา  |  แผนผังเว็บไซต์  
  |      
ความรู้ทั่วไป
ความรู้ทั่วไปที่นักวิชาการควรทราบ
ก้าวทันโลก
การบริการ
แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
FAQ
          ค้นหา :    
   





ผ้าอนามัย sanitary towel (U.K) หรือ sanitary napkin (U.S) หมายถึง แผ่นซับใช้แล้วทิ้ง สำหรับสตรีใช้ซับเลือดประจำเดือน ทั้งนี้ไม่รวมถึง incontinence pads ซึ่งใช้โดยผู้หญิงที่มีปัญหาการควบคุมกระเพาะปัสสาวะ
ผ้าอนามัย ชนิดสอดไม่เป็นที่นิยมใช้ ส่วนผ้าอนามัยชนิดที่ใช้ภายนอกซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า maxi pad ซึ่งเป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก เป็นแผ่นทำด้วยวัสดุที่มีคุณลักษณะซึมซับได้ดี หุ้มด้วยผ้าสำลี (quilted cotton)





Maxi pad แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
      1. Ultra thin (ชนิดบาง) ซึ่งเป็นทีนิยมของวัยรุ่น
      2. Maxi (ชนิดหนา) ดูดซับได้มากกว่า และแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ
1. Regular (ปกติ) สำหรับการไหลของเลือดประจำเดือนปานกลาง
2. Super (พิเศษ) สำหรับการไหลของเลือดประจำเดือนมากกว่าปกติ และมีปัญหาทำให้เปรอะเปื้อนที่ด้านหน้าและ ด้านหลังของกางเกงใน
3. Overnight ออกแบบมาสำหรับดูดซับเลือดประจำเดือนที่ไหลรินออกมาขณะนอนหลับ
Maxi ทั้ง 3 แบบ มีการเพิ่มรูปลักษณะให้มีปีก เพื่อการป้องกันได้สูงสุด เป็นการเพิ่มกาวเพื่อยึดแผ่นผ้าอนามัยให้ติดแน่นกับกางเกงใน คุณลักษณะอื่นคือดับกลิ่น (deodorant) โดยการใส่น้ำหอมในแผ่นผ้าอนามัยเพื่อดับกลิ่นเลือดประจำเดือนมีการใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของ chitosan material ซึ่งมีขนาด particle มากกว่าประมาณ 250 ไมครอน ไม่เกิน ร้อยละ 1 ใส่ใน ผ้าอนามัยเพื่อต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์และลดกลิ่นแผ่นผ้าอนามัยใช้ได้นาน 6 ชั่วโมง บางครั้งอาจใช้ได้ 4-8 ชั่วโมง ขึ้นกับคุณภาพในการดูดซับและการไหลของเลือดประจำเดือน ผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว ให้ห่อด้วยกระดาษชำระ และทิ้งในถังขยะ อย่าทิ้งในโถส้วม เพราะจะทำให้ส้วมอุดตัน
นอกเหนือจากแผ่นผ้าอนามัย ยังมีผลิตภัณฑ์เรียกว่า pantiliners หรือ แผ่นอนามัย มีลักษณะเป็นแผ่นบางขนาดเล็กใช้ดูดซับของเหลว ที่ไหลออกมาทางช่องคลอดเป็นประจำทุกวัน หรืออาจใช้ในวันที่ประจำเดือนกำลังจะหมด หรือใช้เป็น backup (แผ่นกัน) สำหรับผู้ที่ใช้ผ้าอนามัยชนิดสอด แผ่นอนามัยช่วยให้สตรีรู้สึกสดชื่น และแห้งไม่ว่าจะเป็นวันใดในแต่ละเดือน
ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 10 ) พ. ศ. 2535 เรื่อง ผ้าอนามัย กำหนดให้ผ้าอนามัยเป็นเครื่องำอาง ควบคุม และจำเนกผ้าอนามัยออกเป็น 2 ประเภท
1. ผ้าอนามัยชนิดที่ใช้ภายนอก หมายความว่า ผ้าอนามัยที่ใช้รองรับเลือดประจำเดือน (ระดู) ซึ่งมิได้สอดใส่เข้าใน ช่องคลอด ในการผลิตต้องผ่านการทำให้สะอาดและถูกสุขลักษณะมีคุณสมบัติทางจุลชีววิทยาตามมาตรฐานที่กำหนดดังนี้
           แบคทีเรียทั้งหมด        น้อยกว่า   1000 โคโลนี/กรัม
           ยีสต์และรา                  น้อยกว่า   100 โคโลนี/กรัม
           ปรีซัมป์ตีฟ โคลิฟอร์ม  น้อยกว่า   100 โคโลนี/กรัม
           ฟีคัล โคไล                   ต้องไม่พบ
2. ผ้าอนามัยชนิดสอด หมายความว่า ผ้าอนามัยที่ใช้สอดใส่เข้าในช่องคลอด เพื่อดูดซับเลือดประจำเดือน (ระดู) ในการผลิตต้องผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อจุลินทรีย์และระบุคำว่า " ปลอดเชื้อ" ไว้ในฉลาก



อาการข้างเคียงจากการใช้ผ้าอนามัย

ผิวหนังอักเสบ (dermatitis หรือที่เรียกกันว่า eczema) คือการระคายเคืองของผิวหนังสังเกตจำผิวหนังมีสีแดง ตกสะเก็ด บางทีผิวแตก หรือเป็นตุ่มพอง มักมีอาการคันอย่างรุนแรง แต่การเกาทำให้เกิดอันตรายต่อผิวที่เปราะบาง และทำให้ขยายลุกลามมากขึ้น
ผิวหนังอักเสบเนื่องจากการสัมผัส (contact dermatitis associated with the use of sanitary napkins) มีรายงานในวารสารสมาคมการแพทย์ของประเทศแคนาดา ในปี 1996 จากการติดตามระหว่าง กันยายน 1991 และสิงหาคม 1994 ที่กรุงมอนทรีออล ในคนไข้หญิงที่มีอาการคันหรือแสบไหม้ บริเวณที่สัมผัสกับผ้าอนามัยยี่ห้อหนึ่งโดยเกิดขึ้นอย่างน้อย 1 วัน หลังจากเริ่มใช้ผ้าอนามัย และอาการหายไปภายในไม่เกินกว่า 5 วัน หลังจากใช้ผ้าอนามัย
พบคนไข้หญิง 28 คน มีอาการคันอวัยวะเพศและแสบไหม้ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดผื่นจากผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส หลังจากใช้ผ้าอนามัย คนไข้หญิง 26 คน รายงานว่าอาการดังกล่าวหายไป หลังจากหยุดใช้ผ้าอนามัยยี่ห้อนั้น และมีคนไข้หญิง 7คน ที่กลับมาใช้ผ้าอนามัยยี่ห้อเดิมเกิดอาการระคายเคืองอวัยวะเพศ
สรุปได้ว่า ผ้าอนามัยยี่ห้อที่ศึกษามีส่วนทำให้เกิดอาการ verlvitis กลับมาอีก

คำแนะนำการใช้ผ้าอนามัย

      1. เวลาซื้อควรดูลักษณะของภาชนะบรรจุ ควรปิดสนิทและไม่มีกลิ่นอับชื้น
      2. เมื่อเปิดใช้แล้ว ควรปิดกล่องหรือภาชนะบรรจุให้เรียบร้อย  เก็บไว้ในที่มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นและแมลง ผ้าอนามัยที่เปิดกล่องใช้เหลือเก็บไว้นานๆ ไม่ควรเอามาใช้
      3. ไม่ควรใช้ผ้าอนามัยแต่ละชิ้นนานเกินควร (ประมาณ 8  ชั่วโมง) โดยเฉพาะผ้าอนามัยชนิดสอดต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าลืมทิ้งไว้ในช่องคลอด อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเกิดกลุ่มอาการเป็นพิษ เนื่องจากได้รับสารพิษ (Toxin) จากเชื้อแบคทีเรียพวกสตาฟีโลคอคคัส (Staphylococcus   spp.) มีอาการปวดศีรษะ มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย เรียกกลุ่มอาการนี้ว่า ทอกซิค ชอคซินโดรม (Toxic Shock Syndrome)
      4. เมื่อใช้แล้วเกิดอาการผิดปกติ เช่น แพ้ คัน หรือ เกิดการระคายเคือง ควรเปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่น

*กลุ่มทดสอบทางชีววิทยาและความปลอดภัย กองเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย




เอกสารอ้างอิง

      1.  หน่วยสำรวจแหล่งประมง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. สัตว์ทะเลที่เป็นภัยต่อชีวิต. 2511
      2.  อลัน อิษวาส. ปลาปักเป้ามีพิษ. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 2514. 13(4) : 36-43.
      3.  มุกดา ตฤษณานนท์ และคณะ. สัตว์มีพิษและการรักษาพิษสัตว์. โครงการตำรา-ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล. 2522.
      4.  สุภรณ์ โพธิ์เงิน. อาร์โทรปอดวิทยา สาขาสัตวแพทย์ แมลง เห็บ และไมท์. พิมพ์ครั้งที่ 1. หน่วยปาราสิตวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2524. 144-182, 197-233.
      5.  ประสบ บุณณมานัส. เภสัชวิทยาทางสัตวแพทย์. เล่ม 2 พิมพ์ครั้งที่ 1 . บริษัท โรงพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช จำกัด , 2524, 158-168.
      6.  พาลาภ สิงหเสนี. พิษของยาฆ่าแมลงต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม. พิมพ์ครั้งที่ 1. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กทม. 2529.
      7.  ปกรณ์ รุเมธานุรักขกุล และโกมล ศิวะบวร. สารฆ่าแมลงกับพิษภัยต่อสุขภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 2. คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล. 2526.
      8.  วิชัย รัชตปกรณ์ชัย และอนันต์ วัฒนาธัญกรรม. คู่มือสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชในประเทศไทย 1981. กองกีฎและสัตววิทยากรมวิชาการเกษตร. 2525.
      9.  งานวัตถุมีพิษ กองวิชาการเกษตร. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือวัตถุพิษยาป้องกันกำจัดแมลง. อาการเกิดพิษ วิธีแก้พิษเบื้องต้น.
      10.  ฝ่ายวัตถุมีพิษ กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. วัตถุมีพิษทางการเกษตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว. 2523.
      11.  งานสารเป็นพิษ กองมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ. สารหนู arsenic . 2530, 29.
      12.  ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2513 เรื่องระบุชื่อวัตถุเป็นวัตถุมีพิษร้ายแรง ตาม พ.ร.บ. วัตถุมีพิษ พ.ศ. 2510 (34 ชนิด) ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 87 หน้า 1 ตอน 81 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2513
      13.  ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2517 เรื่องระบุชื่อวัตถุเป็นวัตถุมีพิษธรรมดา ตาม พ.ร.บ. วัตถุมีพิษ พ.ศ.2510 (33 ชนิด) ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 92 หน้า 96 ตอนที่ 7 (ฉบับพิเศษ) ลงวันที่ 14 มกราคม 2518
      14.  พิชิต สุวรรณประการ ตำรับยา และวิธีรักษาโรคผิวหนัง. พิมพ์ครั้งที่ 1 . บริษัทโพสต์พับลิชชิ่ง จำกัด, กทม, 2528, 195, 210-212, 214-218.
      15.  มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. ผ้าอนามัย (มอก. 295-2522)
      16.  ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 22 (พ.ศ. 2528) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง 2517 เรื่องผ้าอนามัย
      17.  Bruce, W.H. Poisonous and Venomous Marine Animals of the World. Vol 1. United States Government Printing Office. Washington D.C., 1965.
      18.  Russell, F.E. Poisonous and Venomous Marine Animals and their Toxins Annauls of the New York Academy of Sciences, 1975, 245 : 57.
      19.  Dreisbach, R.H. Handbook of Poisoning. 10th Edition, Maruzen Asian Edition, 1980, 277-281.
      20.  Jawetz, E., Melmick, J.L. Aaelberg, E.A. Review of Medical Microbiology. 13th Edition, Lange Medical Publications, 1973, 260-263, 278, 282.


back | top
ศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตราย  |  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์